กรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอภาพมุมสูงจากโดรน ซึ่งพบน้ำทะเลบริเวณชายหาดป่าตอง จ.ภูเก็ตมีสีดำคล้ำจนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างในวงกว้างนั้น
นายสุพจน์ โตวิจักษ์ชัยกุล โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการที่เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ต และสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำทะเลครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่าในน้ำมีแพลงก์ตอนชนิดคีโตเซอรอส
สำหรับสาเหตุการเกิดปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสี คาดว่าเกิดจากการน้ำทิ้งปริมาณมากที่ไหลลงสู่ทะเล โดยในน้ำทิ้งเหล่านี้จะมีธาตุอาหาร จำพวกไนโตรเจนและฟอสฟอรัสหลงเหลืออยู่ ทำให้เกิดการบลูมของแพลงค์ตออย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ น้ำทิ้งดังกล่าวอาจมาจากหลายแหล่งกำเนิด ทั้งจากระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลป่าตอง และน้ำทิ้งจากบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมคลอง และบริเวณนอกถนนสายเลียบหาด 1 และ 2 ซึ่งในบริเวณนี้ยังไม่มีท่อรวมน้ำเสีย
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 18 เม.ย. นี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ ส่งเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำทะเลมาตรวจวิเคราะห์ในห้องปฎิบัติการอีกครั้ง เพื่อตรวจดูว่าที่ผ่านระบบบำบัดน้ำ ก่อนทิ้งลงทะเลได้มาตรฐานหรือไม่