การถึงแก่อนิจกรรมของ "มังกรสุพรรณ" บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 นับเป็นการสูญเสีย "หัวเรือใหญ่" ของพรรคชาติไทยพัฒนา ในห้วงเวลาที่การเมือง อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ในการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งในปี 2560
พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้แม้จะมีอายุเพียง 8 ปีเต็ม แต่ก็ยังคงไว้ด้วยอุดมการณ์ของพรรคการเมืองเก่าแก่ อย่าง "พรรคชาติไทย" ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ ในเดือนธันวาคม 2551 และตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ซึ่งนายบรรหาร ก็คือหนึ่งในผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในครั้งนั้น
ในยุคที่ "นายบรรหาร" อยู่ในตำแหน่ง "หัวหน้าพรรคชาติไทย" ตามที่ "พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ" อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 17 ฝากฝังไว้ ทำให้ "นายบรรหาร" คือผู้กำหนดทิศทาง และอนาคตของพรรคมาตลอด 14 ปีเต็ม จนบรรดาลูกพรรคต่างเรียก "นายบรรหาร" ว่า "เตี่ย" เพื่อแสดงถึงความเคารพนับถือ
ในวาระการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่ปี 2537 - 2551 นายบรรหาร ได้นำพรรค ไปสู่จุดสูงสุด ด้วยการทำให้พรรค เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในปี 2538 ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรี และผลักดันการปฏิรูปการเมือง จนเกิดรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ที่เรียกว่า "รัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน"
และนับจากนั้นมา "พรรคชาติไทย" ยังถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญทางการเมือง ในการจัดตั้งรัฐบาล ถึง 7 สมัย ทั้งรัฐบาล นายชวน หลีกภัย นายทักษิณ ชินวัตร สมัยแรก
จนกระทั่งหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 "พรรคชาติไทย" จึงมีสถานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับทุกพรรคการเมืองอย่างเต็มตัว จนกระทั่งล่าสุดคือการเข้าร่วมรัฐบาล "นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ในนามของ "พรรคชาติไทยพัฒนา" ที่ "นายบรรหาร" คอยกำหนดทิศทาง ในตำแหน่ง "ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค"
แต่ในวันที่ "พรรคชาติไทยพัฒนา" ไม่มี "หัวเรือใหญ่" อย่าง "นายบรรหาร ศิลปอาชา" ร่วมกำหนดอนาคต ในช่วงเวลาที่จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ปี 2560 ตามโรดแมป คสช. เช่นนี้ จุดยืนและอนาคตของพรรคชาติไทยพัฒนา ในช่วงเปลี่ยนผ่าน วันนี้ แม้จะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในพรรคจะเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น ต่อจากนี้ไป
นิกร เลิศพิสิฐฐากูร รายงาน