จากผลการสำรวจโดยคณะกรรมการวิชาชีพรังสีเทคนิค ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากวุฒิสภา ในปี 2553 โดยผลสำรวจระบุว่า นักรังสีเทคนิคมีความต้องการทั้งประเทศประมาณ 1,000 คน ณ ขณะนั้น ซึ่งในปัจจุบันจากการสำรวจล่าสุดพบว่า ความต้องการนักรังสีเทคนิคเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 3,000 คน แม้ว่าขณะนี้มีผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคแล้วประมาณ 4,000 คนแล้วก็ตาม
วิชาชีพรังสีเทคนิค วิชาชีพที่ “ขาดแคลน และมีค่าตอบแทนสูง” ในส่วนค่าตอบแทนเฉลี่ยของภาคเอกชนอยู่ที่ประมาณ 33,000 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงเล็งเห็นว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเติมเต็มความขาดแคลนนี้ โดยมีเป้าหมายในการผลิตปีละ 50 คน และบัณฑิตที่จบไปจะสามารถทำงานเป็นนักรังสีเทคนิค หรือนักรังสีการแพทย์ ซึ่งเป็นวิชาชีพเฉพาะในทางการแพทย์ โดยใช้รังสีกับผู้ป่วยเพื่อการวินิจฉัยโรคและการบำบัดโรคร่วมกับแพทย์ เช่น การถ่ายภาพเอกซเรย์ การทำซีทีสแกน อัลตราซาวน์ เป็นต้น โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ รังสีวินิจฉัย รังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์
รศ.มานัส มงคลสุข คณบดีคณะรังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขารังสีเทคนิค ซึ่งความแตกต่างของมหาวิทยาลัยรังสิตกับมหาวิทยาลัยของรัฐคือ แตกต่างที่ระบบการจัดการ
โดยภาพรวมของรังสีเทคนิคทั้งหมดส่วนใหญ่จะเป็นการบริหารจัดการในรูปของภาควิชา สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์หรือคณะสหเวชศาสตร์ อีกรูปแบบหนึ่งคือ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ หรือร่วมกันผลิตระหว่างคณะสหเวชศาสตร์กับคณะแพทยศาสตร์ และอีกรูปแบบหนึ่งคือสังกัดคณะวิทยาศาสตร์
ขอขอบคุณภาพจาก : jr-rsu.net และ rsu.ac.th