แม้ว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะยังไม่เป็นทางการ แต่ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายโรดริโก ดูเตรเต้ นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา คือ ว่าที่ประธานาธิบดีที่ 16 ของฟิลิปปินส์ และด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างคู่แข่งค่อนข้างมาก ก็ทำให้ทั้งนายมาร์ โรซาส ผู้สมัครจากพรรครัฐบาลของประธานาธิบดีเบนิกโน อากิโน ที่ 3 และวุฒิสมาชิก เกรซ โป ต่างออกมาแถลงยอมรับความพ่ายแพ้แล้วเป็นที่เรียบร้อย
ขณะที่ในวันนี้ นายปีเตอร์ ลาวินา โฆษกของนายดูเตรเต้ ได้แถลงกับสื่อมวลชนว่า นายดูเตรเต้ มีแผนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูประบบรัฐสภา จากที่ระบบรัฐบาลเดียว (unitary) เป็นการบริหารในระบบสหรัฐ (federal) เพื่อกระจายอำนาจจากกรุงมะนิลาสู่ภูมิภาคอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการเหลียวแล นอกจากนี้ นายดูเตรเต้ จะเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มกบฏทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมักจะใช้กำลังปราบปรามเป็นส่วนใหญ่
ส่วนตำแหน่งรองประธานาธิบดี ชัยชนะเป็นของนางเลนี โรเบรโด ทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสังคม ที่ทำคะแนนไล่แซงนายเฟอร์ดินานด์ "บองบอง" มาร์กอส จูเนียร์ บุตรชายของอดีตผู้นำเผด็จการ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ได้ในช่วงท้าย
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความเคลื่อนไหวที่เป็นสีสัน โดย เจรัลดีน โรมัน ได้สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นผู้หญิงข้ามเพศคนแรกของฟิลิปปินส์ ที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเธอคว้าชัยชนะการเลือกตั้งเขตบาตาอัน ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 62 นับเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของชาวรักร่วมเพศในประเทศที่นับถือคริสต์นิกายคาทอลิกเคร่งครัดอย่างฟิลิปปินส์
ส่วนบรรยากาศในกรุงมะนิลาวันนี้ หนังสือพิมพ์วันนี้ต่างประโคมข่าวชัยชนะของนายดูเตรเต้ ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์หลายคนยังคงแสดงความไม่มั่นใจว่า นายดูเตรเต้จะทำตามสัญญาที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจริงหรือไม่ รวมถึงเกรงว่าท่าทีที่ดุดันและการกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดโดยวิธีนอกกฎหมาย จะพาฟิลิปปินส์กลับไปสู่ยุคเผด็จการอีกครั้งหรือไม่
ขณะที่ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ชาวฟิลิปปินส์ประมาณ 40-50 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ได้รวมตัวชุมนุมกันที่หน้าศูนย์การประชุมนานาชาติ PICC ซึ่งเป็นจุดนับคะแนนเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อความปกพร่องและความผิดพลาด ที่ทำให้ผู้มีสิทธินับพันคนทั่วประเทศไม่สามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ เช่น การที่ไม่มีชื่อปรากฏในเอกสารเลือกตั้งทั้งที่มีการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง รวมถึงเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งข้างนอกและภายในเขตเลือกตั้งจากหลายส่วนทั่วประเทศ เช่น ทางภาคใต้ของทากาลอก มีเหตุการณ์ยิงกัน ฆ่ากัน ในจังหวัดต่างๆ กว่า 16 จุด
สำหรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะประกาศเมื่อใด แต่ตามกำหนดการประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่จะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 30 มิ.ย.นี้