แม้จะเสียชีวิตลงแล้ว สำหรับแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นคนสำคัญ เจ้าของทฤษฎีบันได 7 ขั้นแบ่งแยกดินแดน อย่างนายมะแซ อุเซ็ง แต่ผู้นำศาสนาและนักวิชาการในพื้นที่ เชื่อว่า ไม่น่าจะมีผลต่อสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะเวลานี้มีตัวแทนมาทำหน้าที่แล้ว
วันนี้ (12 พ.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารที่ระบุแผนการ 7 ขั้นตอน หรือ ทฤษฎีบันได 7 ขั้น แยกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ออกจากประเทศไทย เพื่อตั้งรัฐปัตตานี ที่ยึดได้จากบ้านพักของนายมะแซ อุเซ็ง ตั้งแต่ปี 2546 และหลังจากนั้น ฝ่ายความมั่นคงก็ตรวจยึดเอกสารแบบเดียวกันนี้ได้อีกหลายพื้นที่ และภายหลังพิสูจน์ได้ว่า เขียนโดยลายมือของนายมะแซจึงเชื่อว่า เขาเป็นเจ้าของทฤษฎีนี้
นายมะแซ อุเซ็ง เคยเป็นครูสอนศาสนา ในจังหวัดนราธิวาส ก่อนถูกหมายจับข้อกบฎแบ่งแยกดินแดน โดยถูกตั้งค่าหัวถึง 10 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าเขา เป็นผู้สั่งการและอยู่เบื้องหลังการปล้นปืนที่ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือ ค่ายปิเหล็ง เมื่อปี 2547 ซึ่งถือกันว่า เป็นจุดเริ่มต้นของบันไดขึ้นที่ 6 หรือ การจุดดอกไม้ไฟ ที่จะใช้วิธีการก่อเหตุรุนแรงทั่วพื้นที่ ก่อนจะหลบหนีไปอยู่มาเลเซีย และปรากฎข่าวเสียชีวิต ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทั่งฝ่ายความมั่นคง ยืนยันข่าวการตายของนายมะแซอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้
นายนิมุ มะกาเจ อดีตรองประธานคณะกรรกมการอิสลามประจำจังหวัดยะลาวิเคราะห์ว่า แม้แผนการของนายมะแซ จะไม่สำเร็จตามกรอบเวลาที่ระบุไว้ในปี 2550 แต่แนวคิดของเขาก็ยังได้รับการยอมรับจากกลุ่มที่มีอุดมการณ์เดียวกันอย่างมาก และมีตำแหน่งสำคัญในขบวนการบีอาร์เอ็น กลุ่มเคลื่อนไหวหลักในพื้นที่ สอดคล้องกับนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภัฎยะลา ที่เชื่อว่าการจากไปของนายมะแซจะไม่มีผลต่อสถานการณ์ในพื้นที่ เนื่องจากเขาป่วยมานานกว่า 3 ปีแล้ว และเวลานี้ขบวนการบีอาร์เอ็นก็ตั้ง นายอับดุลอาซีส สาและ มาทำหน้าที่แทน ซึ่งตามประวัติก็มีจุดยืนไม่ต่างกับนายมะแซ โดยเฉพาะการคัดค้านกระบวนการพูดคุยเพื่อยุติความขัดแย้ง
นักวิชาการและผู้นำศาสนาในพื้นที่ เห็นตรงกันว่าหากจะหวังผลจากกระบวนการพูดคุยเพื่อยุติความรุนแรง การประสานงานและหาวิธีการทำให้กลุ่มขบวนการในซีกความคิดเดียวกับนายมะแซยอมรับ อาจจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ