คำตอบนี้ แท้จริงมีอยู่แล้ว คือ สายสีม่วง มีเป้าหมายต่อขยายจากเตาปูนลงไปทางสะพานพุทธ ส่วนสายสีแดงเข้ม ที่เป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน จากรังสิต มาบางซื่อ จะต่อเป็นเส้นขนานกับสายสีม่วง ไปบรรจบกันที่วงเวียนใหญ่ ดังนั้น รถไฟฟ้า สายที่เชื่อม ระหว่าง 2 สายนี้ คือเชื่อม กรุงเทพ กับ นนทบุรี คือ “สายสีน้ำเงิน”
นี่คือ เส้นทางรถไฟฟ้า ทั้งบนดิน และใต้ดิน ที่มีอยู่แล้วเวลานี้ จะเห็นว่า ในฝั่งนนทบุรี เรามีแค่สายสีม่วง ที่สร้างจากบางใหญ่ มาสิ้นสุดที่เตาปูก่อน
ส่วนฝั่งกรุงเทพมหานคร ที่จะเชื่อมต่อกับสายสีม่วง คือ “สายสีน้ำเงิน” ที่เป็นใต้ดิน เวลานี้ ทำไปแล้ว ครึ่งหนึ่ง คือจาก บางซื่อ – หัวลำโพง จากแผนที่จึงเห็นได้ชัดว่า การขนส่งระบบราง ระหว่างนนทบุรี และ กรุงเทพฯ ยังไม่เชื่อมต่อกัน แม้กำลังจะมีสายสีแดงเข้มเกิดขึ้น แต่ดก็พบว่าการก่อสร้างล่าช้า และถึงสร้างเสร็จ ก็ไม่เชื่อต่ออยู่ดี
จากที่เห็น “สายสีน้ำเงิน” จึงเป็นเส้นทางในแผน ที่เป็น “ความหวังเดียว” ว่า จะมีจุดเชื่อมต่อ ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วง กับกรุงเทพมหานครชั้นใน เพื่อให้การเดินทางไม่สะดุด สะดวกจริง
โดยในแผน มีหนึ่งสัญญา ที่ผ่านจุดนี้โดยตรง คือ เส้นทาง “บางซื่อ – ท่าพระ” แต่ปัญหาคือ เส้นทางนี้ ยังไม่สามารถหาเอกชนมาดำเนินการได้ และล่าช้ามานานแล้ว ทำให้เมื่อ “รถไฟฟ้าบนดิน สายสีม่วง” เตรียมจะเปิดให้บริการในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ จึงไปมีจุดจบด้วนๆอยู่ที่สถานีเตาปูน จะเข้าสู่กรุงเทพมหานครชั้นใน ต้องลงมาต่อรถ และต่อรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน
จุดที่เราพบว่า เป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ คือ สายสีน้ำเงิน ต้องการจัดหาผู้รับเหมาสร้างส่วนต่อขยาย ซึ่งจะเชื่อม บางซื่อ – เตาปูน โดยอัตโนมัติ แต่ที่ผ่านมา มีข้อถกเถียงบางประเด็น
PPTV ตรวจสอบกับนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเชี่ยวชาญการขนส่งระบบราง บอกว่า การสรรหาผู้รับเหมา ทำให้สายสีน้ำเงินล่าช้า
ประเด็นแรก นายสามารถ ระบุว่า เคยเสนอให้ใช้เอกชนรายเดิม ดำเนินการต่อไปเลย เพราะมีศักยภาพ ไม่ต้องลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่นอู่จอดรถใหม่ และจะทำให้สะดวกต่อผู้โดยสาร คือ ไม่ต้อง “เปลี่ยนรถ” ที่สถานีบางซื่อ ซึ่งเอกชนรายเดิม ก็แสดงเจตนาว่า พร้อมทำ แต่ต้องทำระยะยาว คือไปถึงสถานี ท่าพระ ไม่ใช่แค่ทำส่วนเชื่อมต่อไปเตาปูน แค่ 1 กิโลเมตร
ประเด็นที่สอง นายสามารถ บอกว่า ข้อเสนอให้ใช้เอกชนรายเดิม ไม่ผ่านความเห็นชอบ เพราะสภาพัฒน์ ต้องการให้เปิดการประกวดราคาใหม่อย่างเป็นธรรม แต่นั้นก็ทำให้ยังไม่สามารถเปิดได้ เพราะถ้าใช้รายใหม่ จะต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วย และเมื่อเป็นเอกชน คนละราย เมื่อถึงสถานีบางซื่อ ผู้โดยสายจะต้อง “เปลี่ยนรถ” หมายความว่า หากมาจากสายสีม่วง ผู้โดยสารจะต้อง เปลี่ยนรถครั้งที่ 1 ที่สถานีเตาปูน จากบนดินลงไปใต้ดินและนั่งต่อไปอีก 1 กิโลเมตร จะต้อง เปลี่ยนรถ ใต้ดินด้วยกันเองอีกครั้ง ที่สถานีบางซื่อ เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร
จากข้อมูลที่เราพบทั้งหมด จะเห็นว่า พื้นที่ 1 กิโลเมตร รอยต่อ ระหว่าง เตาปูน – บางซื่อนี้ กลายเป็นจุดที่มีมูลค่ามหาศาล เพราะหาก รฟม. จะสร้างส่วนต่อขยาย ไปสถานีท่าพระทีเดียว อาจใช้เวลาอีกหลายปี ตั้งแต่การหาผู้รับเหมา และการก่อสร้าง และจะถูกตั้งคำถามมากมาย ถึง “พื้นที่” ที่ไม่เชื่อมต่อ 1 กิโลเมตรนี้
ดังนั้น รฟม.อาจต้องเร่งหา ผู้รับเหมา เพื่อทำเฉพาะ รอยต่อ เตาปูน – บางซื่อ 1 กิโลเมตร ก็อาจมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่จะยอมทำแค่ 1 กิโลเมตรก่อน ต้องได้สัญญาเพื่อทำ ส่วนต่อขยายระยะยาวไปโดยอัตโนมัติด้วย