ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำตัวนายซูเฮอิ โยชิซาว่า หัวหน้าแก๊งค์ยากูซ่าที่ชื่อว่ายามากูจิ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกง อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท มาที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อผลักดันกลับประเทศต้นกำเนิดดำเนินคดีต่อไป
หัวหน้าแก๊งค์ยากูซ่ารายนี้ หลบหนีเข้ามากบดานอยู่ในเมืองไทยนานถึง 2 ปี โดยอ้างว่ามาอุปการะดูแลภรรยาชาวไทย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อาศัยในราชอาณาจักรแล้ว และได้บันทึกชื่อลงในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศโดยไม่มีกำหนด
กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งคดีร้ายแรงและเป็นปัญหาระดับประเทศ สำหรับกรณีที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสามารถจับกุม ตัวหัวหน้าแก๊งค์ยากูซ่ารายใหญ่ของญี่ปุ่น ที่หลบหนีมาอยู่เมืองไทย แม้เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผลักดันกลับประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้ดำเนินคดีแล้ว แต่ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่าอาชญากรรายนี้ หนีมาอยู่เมืองไทยนานถึง 2 ปี โดยใช้วิธีการแต่งงานกับหญิงชาวไทย
หนึ่งในตัวการสำคัญของแก๊งค์ยากูซ่ายามากูจิ คือ นายซูเฮอิ โยชิซาว่า ถูกนำตัวมายังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมผลักดันกลับประเทศญี่ปุ่น หลังจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรวบตัวได้ย่านสถานบันเทิงชื่อดังตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา
อาชญากรรายนี้ นับเป็นหัวหอกและคลังสมองคนสำคัญของแก๊งค์ ที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด ก่อนหลบหนีมากบดานเมืองไทยนานกว่า 2 ปี โดยมีคดีฉ้อโกงและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ติดตัวมา อาชญากรรายนี้เคยเดินทางเข้าออกเมืองไทยเกือบ 50 ครั้ง ในฐานะนักท่องเที่ยว
แม้จะเคยเดินทางเข้า-ออกเมืองไทยบ่อยครั้งในเวลาสั้นๆ แต่ข้อมูลที่น่าสนใจคือหลังจากถูกออกหมายจับ อาชญากรรายนี้ใช้วิธีการแต่งงานกับหญิงชาวไทย เพื่อขอใช้วีซ่าในฐานะคู่สมรสให้สามารถอาศัยอยู่ในเมืองไทย ได้อย่างถูกต้องและยาวนาน แม้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบพบเงินโอนเข้าบัญชีหญิงรายนี้หลายล้านบาท แต่ก็ยังไม่ทราบว่าการแต่งงานครั้งนี้คือการแต่งงานแบบหลอกๆ หรือไม่
นับตั้งแต่รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายกวาดล้างแก๊งค์ยากูซ่า ทำให้อาชญากรรายใหญ่หลายรายต้องหลบหนีไปกบดานในต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยคือหนึ่งในตัวเลือกลำดับต้นๆ แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่าปัจจุบันมีอาชญากรข้ามชาติ หลบหนีมาอยู่เมืองไทยเท่าไหร่ แต่ก็เป็นไปได้ว่าบางส่วนน่าจะใช้วิธีการขอใช้วีซ่าในฐานะคู่สมรส ลักษณะเดียวกันกับหัวหน้าแก๊งค์ยามากูจิรายนี้