ภาพชุดนี้ IUCN บันทึกไว้เมื่อปีแล้ว ระหว่างลงพื้นที่เก็บข้อมูลสถานการณ์ฉลามที่น่านน้ำของหมู่เกาะมะริด ประเทศเมียนมาร์ การเดินทางไปที่นั่น เจ้าหน้าที่ IUCN ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดระนอง และเมื่อแวะสำรวจแพรปลาที่นี่ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดปลาใหญ่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ พบว่า มีฉลามหลายสายพันธุ์วางขาย ทั้งในรูปแบบขายปลีก และขายเหมาเป็นตะกร้าสำหรับลูกฉลาม หรือ ฉลามวัยอ่อน
ที่สำคัญ มีบางสายพันธุ์อยู่ในบัญชีตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส เช่นฉลามหัวค้อน ส่วนฉลามบางชนิดอย่างเช่นฉลามเสือดาว ซึ่งถือว่า เป็นที่ต้องการพบเห็นของนักดำน้ำอย่างมาก เพราะไม่สามารถหาชมได้ง่าย ก็ยังได้เห็นพวกมันที่ตลาดแห่งนี้ IUCN เชื่อว่า ฉลามเหล่านี้ ไม่น่าจะมีที่มาจากใต้ท้องทะเลของอาณาเขตไทย ไม่ใช่ว่าไทยมีมาตรการป้องกันการล่าที่รัดกุม แต่เพราะตามผลการศึกษา ทะเลไทยและทะเลเมดิเตอร์เรเนียบ เป็น 2 จุด ที่คาดว่า ฉลามจะลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันไม่น่าจะเหลือมากเท่านี้
สาเหตุที่ IUCN ให้ความสำคัญกับฉลาม เพราะเปรียบฉลามเหมือนกับเสือโคร่ง คือ สถานะของพวกมันอยู่บนห่วงโซ่อาหารสูงสุดในทะเล เช่นเดียวกับเสือโคร่งที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารอาหารในป่า หน้าที่ของพวกกันคือจะคอยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ มีส่วนกำหนดจำนวนประชากรของสัตว์อื่นให้อยู่ในจำนวนพอดี เพราะฉะนั้น การนำพวกมันมาวางขายตามตลาดสด ความหมายของความรุนแรงก็อาจไม่ต่างกับ การนำซากเสือโคร่งมาวางขาย
ส่วนเรื่องที่สำคัญที่สุด คือ พื้นที่และวิธีการล่าพวกมัน แม้บางส่วนเรือประมงอาจได้มาโดยไม่ตั้งใจ แต่เครื่องมือประมงที่จะลากพวกมันติดมาได้ ก็อาจจะอยู่ในข่ายเครื่องมือควบคุมตามมาตรฐานการทำประมงของนานาชาติ ส่วนบรรดาฉลามตัวอ่อนที่นำมาขาย เช่น ฉลามหูดำอย่างที่พบในการทำการตลาดของร้านอาหารซีฟู๊ดผ่านโลกออนไลน์ล่าสุด ส่วนใหญ่ก็จะอยู่อาศัยตามปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้องห้ามทำประมงในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่สัตว์น้ำอยู่ระหว่างขยายพันธุ์ สถานการณ์เหล่านี้ หากรัฐบาลไทยไม่เร่งแก้ปัญหา โดยกำหนดฉลามได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย IUCN ประเมินว่า ไทยกำลังมีความสุ่มเสี่ยงต่อการถูกประเมินผลการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU
เวลานี้สถานการณ์ที่น่ากังวล คือ ไทยอยู่ในอันดับ 2 ของประเทศที่ส่งออกหูฉลามมากที่สุดรองจากจีน IUCN ประเมินว่า ปัจจัยสำคัญเป็นเพราะไทย ไม่มีกฎหมายคุ้มครองฉลาม ซึ่งเวลานี้หลายประเทศพัฒนาไปถึงการห้ามธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฉลามแล้ว