ข้อสังเกต เลขามูลนิธิสืบฯ หลังพบซากลูกเสือแช่แข็ง (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีพบซากลูกเสือ 40 ตัวถูกแช่แข็งในวัดป่าหลวงตาบัว ระหว่างเจ้าหน้าที่ขนย้ายเสือนั้นมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะพัวพันกับขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติหรือไม่ ทีมข่าว PPTV จึงได้พูดคุยกับ คุณภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

 

 

ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร  บอกว่า สำหรับการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ในประเทศไทยนั้นมีมานานแล้ว เป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศไทย สำหรับประเทศไทยเป็นจุดรวบรวมสัตว์ป่าและมีการส่งต่อไปพื้นที่อื่นๆ โดยหลักๆ จะส่งไปทางภาคเหนือของประเทศ เพราะพื้นที่ตรงนั้นมีความต้องการที่จะใช้หรือบริโภคของป่า หรือเนื้อของสัตว์ป่าเหล่านี้จำนวนมาก เมื่อมีความต้องการสูง จึงมีคนที่พยายามที่จะหาของเหล่านี้ มาตอบสนองให้กับผู้ที่อยากได้ ส่วนหนึ่งจะใช้วิธีเข้าไปล่าในป่า เป็นวิธีที่ไม่ต้องลงทุน หรือใช้เวลาไม่มาก แต่ก็มีความเสี่ยง ซึ่งหลายครั้งเจ้าหน้าที่มีการจับกุมคนเหล่านี้ได้หลายราย เช่นที่ห้วยขาแข้ง ที่เข้าไปล่าเสือ ขณะที่ส่วนหนึ่งจะมีกิจกรรมในลักษณะนี้ คือเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเลี้ยงเพื่อขายทั้งตัว ขายเป็นซาก ให้กับกลุ่มคนที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์ หรือคนที่ต้องการบริโภค 

ในส่วนของการพบซากเสือที่วัดนั้น  ภาณุเดช  บอกว่า ถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันที่มาที่แน่ชัดถึงที่มาที่ไปของซากเสือเหล่านี้ ต้องรอการตรวจสอบก่อน แต่สำหรับซากเสือไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องการของตลาดสูงและสามารถจำหน่ายได้ทุกชิ้นส่วน จึงมีคนที่พร้อมจะเสี่ยงทำแบบนี้ บางคนจะนำไป สต๊าฟเป็นตัว บางคนนำไปชำแหละเพื่อเอาหนังไปโชว์  ขณะที่กลุ่มคนที่บริโภคก็จะนำเอาอวัยวะภายในไปบริโภค เพราะมีความเชื่อว่าเพิ่มสมรรถนะให้กับร่างกาย ทุกส่วนของร่างกายจึงเป็นที่ต้องการของตลาดมืด  ส่วนเสือที่แท้งตั้งแต่ในท้องก็สามารถขายได้เช่นกัน เสือก็เหมือนกับแมวมีโอกาสที่จะแท้ง ทำให้ปีหนึ่งทำให้เขามีลูกได้ไม่เยอะมาก และอีกหนึ่งปัญหาที่เจอที่วัด คือส่วนใหญ่เสือที่นี่เป็นครอบครัวเดียวกัน เวลาผสมพันธุ์กัน ทำให้เกิดปัญหา ทำให้ลูกที่เกิดมามีพัฒนาการทางสมอง แต่ก็เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ดีเพราะคำนึงแค่ว่าบริโภคได้ก็พอแล้ว

ส่วนการเก็บซากไว้ในห้องเย็นนั้น เลขาธิการมูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร  มองว่า น่าจะมีแผนการอะไรสักอย่างที่จะดำเนินการต่อ อย่างเราๆ ถ้าสัตว์ในบ้านคลอดลูก แล้วลูกในท้องตาย เราก็ต้องเอาไปฝัง หรือ เผา คงไม่ได้เก็บซากไว้  และเสือชุดนี้เป็นเสือที่อยู่ในคดีของกรมอุทยานฯ และฝากวัดดูแล หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเสือชุดนี้ก็ต้องมีการรายการให้กรมอุทยานฯ ทราบ และมีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน แต่ที่ผ่านมาไม่มีเลย ทำให้กลายเป็นข้อสงสัยว่า นอกจากเสือที่เราเห็นเป็นตัวๆ ที่โชว์ ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่ สำหรับการเจอซากเสือในครั้งนี้โชคดีที่มีคนมาแจ้งทำให้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เนื่องจากพื้นที่นั้นค่อนข้างกว้างมาก เจ้าหน้าที่ก็มุ่งแต่จะย้ายเสือเพื่อให้ทันกำหนด ขณะที่อีกประเด็นที่เรากำลังช่วยกรมอุทยานฯ อยู่ คือสัตว์ป่าที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ไม่ใช่แค่เสืออย่างเดียว ยังมี กวาง หมูป่า และเข้าใจว่ามี วัวแดง ในพื้นที่ด้วย ซึ่งควรจะเข้าไปตรวจสอบที่มาที่ไป และต้องวางแผนว่าจะดำเนินการกับสัตว์ชุดนี้อย่างไร นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเจอ 

ส่วนความยากง่ายของการตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือ เจ้าหน้าที่ไม่มีกำลัง ไม่มีงบประมาณ ที่จะเข้าไปตรวจสอบ และทางวัดเองก็ปิด ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไม่ถึง และไม่รู้ว่าหลังจากมีการให้เลี้ยงเสือต่อ มันจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดลูกเสือเพิ่ม เพราะตอนแรกต่างมีข้อตกลงกันว่า จะมีการแยกเลี้ยง ไม่เอามาเลี้ยงรวมกัน 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ