วันนี้(10 มิ.ย. 2559) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็น ประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ร่วมกับ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะกรรมการบริหารระดับสูงของดีเอสไอ
พันตำรวจเอกไพสิฐ วงเมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า วันนี้มีมติ นำคดี 3 คดี เข้าเป็นคดีพิเศษ หนึ่งในนั้น มีกรณีการบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐด้วยการออกเอกสารสิทธิ์ ในที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่เกาะคาน้อย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพราะเห็นว่ากระทบต่อทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความซับซ้อนในการสืบสวน
ส่วน กรณีที่ทางวัดพระธรรมกาย ขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนคดีพระธัมมชโยนั้น ดีเอสไอ ยังไม่ได้รับเรื่องและยืนยันว่า ทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย และขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งรัดการทำสำนวน เพื่อให้อัยการส่งฟ้องต่อศาล
ขณะที่ในช่วงบ่าย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเดินทางไป แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มกับ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียน คลองจั่น ที่เรือนจำกลางบางขวาง กรณีตรวจพบว่า สหกรณ์ได้ ออกเช็คเพิ่มเติม ให้พระธัมมชโย เพิ่มเติม อีก 300 ล้านบาท รวมกับของเดิม เป็น 1,500 ล้านบาท
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำโดย นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดนำดอกไม้ธูปเทียนแพเข้ากราบขอขมา พระราชธรรมนิเทศ หรือ “พระพยอม กัลยาโณ” เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กรณีที่สื่อมวลชนบางส่วน นำเสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนเข้าใจไปว่า พระพยอม ได้กล่าวพาดพิงไปถึงวัดธรรมกาย ทำให้วัดทั้งสองแห่งเข้าใจผิดกัน และภายหลังพระพยอมได้ออกมาขอโทษพระธัมมชโย กลุ่มศิษยานุศิษย์จึงเดินทางมาขอขมา ที่อาจใช้คำพูดล่วงเกิน และไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ทั้งสองวัดเกิดความขัดแย้งกัน ส่วนการแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวง เป็นเพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่ามีสื่อมวลชนบางส่วนลงข่าวคลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริงเท่านั้น
ด้าน พระพยอม กล่าวว่า รู้สึกสบายใจที่ทั้งสองฝ่ายได้ลดฐิติและออกมากล่าวขอโทษกัน พร้อมย้ำว่า จะให้สัมภาษ์เรื่องวัดธรรมกายให้น้อยลง และแนะนำให้ทางวัดพระธรรมกายบริหารเงินบริจากให้ดีเพราะมีจำนวนมาก