ยูโร 2016 ฝ่าภัยก่อการร้าย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




มหกรรมฟุตบอลยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วในคืนวันนี้ แต่นอกเหนือจากการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นเร้าใจแล้ว การแข่งขันครั้งนี้ ยังมีกลิ่นอายของความกังวล และความกลัวปกคลุมไปทั่วประเทศ เพราะเกรงกันว่า กลุ่มก่อการร้าย จะเลือกก่อเหตุรุนแรง ในช่วงที่มีผู้คนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน เดินทางไปเชียร์ทีมที่ตัวเองรัก ซึ่งอาจจะตกเป็นเป้าให้กลุ่มก่อการร้ายลงมือได้ง่ายๆ เพราะเหตุนี้ เจ้าภาพจึงลงทุนและลงแรงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ในการรักษาความปลอดภัย ไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

- แมตช์การแข่งขันใหญ่ๆ รวมถึงเกมนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นที่สนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ ในแซงต์ เดอนีส์  ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดเหตุโจมตี เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 130 ราย

- เมืองตูลูส และเมืองแซงต์ เอเตียน เดิมเคยมีแผนที่จะยกเลิกการจัดแฟนโซน หลังเกิดเหตุก่อการร้ายที่กรุงปารีส แต่ท้ายที่สุดก็ยอมให้มีการจัดแฟนโซน แต่เปลี่ยนจุดให้อยู่ห่างจากบริเวณใจกลางเมืองและสถานที่สำคัญ โดยเมืองตูลูส ได้ตั้งงบดูแลความปลอดภัย 5 แสนยูโร และได้มีการหาสปอนเซอร์เพื่อช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้วย

- เมืองบอร์กโดซ์ ได้ตั้งงบประมาณ 4 ล้านยูโร สำหรับจัดแฟนโซน โดยเป็นงบดูแลด้านความปลอดภัย 1 ล้านยูโร 

- ในส่วนของแฟนโซนเมืองต่างๆ ที่เมืองมาร์กเซย คาดว่าจะมีแฟนบอลร่วมกิจกรรมที่ปราโด บีช 8 หมื่นคน ขณะที่เมืองบอร์กโดซ์ ที่ปลาซ เดส์ แก็งกองซ์ คาดว่าจะมีแฟนบอล 6 หมื่นคน ส่วนที่เมืองนีซ คาดว่าจะมีแฟนบอลมาร่วมกิจกรรมที่สวนสาธารณะโพรเมอนาด เดส์ อองเกล่ส์ 1 หมื่นคน ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนอาจเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุร้ายได้ทั้งสิ้น

          มาดูมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสนามแข่งขันกันบ้าง สนามแข่งขันทั้ง 10 สนาม ถูกจัดให้เป็น No-fly zone หรือเขตห้ามบิน รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังโดรนต้องสงสัยเพื่อป้องกันการก่อเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมี นอกจากนี้ ยังลดจำนวนทางเข้า-ออก สนาม เพื่อให้การดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นไปได้ง่ายขึ้น

          ในการแข่งขันแต่ละแมตช์ จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเอกชน 900 นาย คอยดูแล พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจกองกำลังพิเศษ และทีมกู้วัตถุระเบิด ขณะที่ผู้ที่เข้าชมการแข่งขันจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำของเหลว พลุหรือวัตถุระเบิด อาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงสัตว์เลี้ยง เข้าไปในบริเวณสนาม

          ทั้งนี้ ในการตรวจตราความปลอดภัย ก็จะเริ่มตั้งแต่การตรวจค้นรถที่เข้ามาจอดในลานจอดรถ หลังจากนั้นผู้ที่เข้ามาชมการแข่งขัน ก็จะต้องผ่านจุดตรวจแรก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวสนามในรัศมี 1 กม. โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจบัตรเข้าชม และทำการค้นตัวรวมถึงกระเป๋า ซึ่งหากกระเป๋ามีขนาดใหญ่กว่า 25 คูณ 25 เซนติเมตร ก็จะต้องฝากไว้ที่จุดรับฝาก

          ต่อจากจุดนี้ ยังเข้าสนามเลยไม่ได้ ต้องผ่านจุดตรวจอีกจุด ซึ่งจะมีการตรวจบัตรเข้าชม รวมถึงค้นตัวเพิ่มเติมในกรณีที่จำเป็น

          ส่วนภายในสนาม ก็จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำจุดต่างๆ และจุดปฐมพยาบาล

          ทั้งนี้ หากเกิดเหตุร้าย ก็จะมีการใช้มาตรการความปลอดภัยเป็นลำดับขั้นไป โดยมาตรการสุดท้ายคือ เลื่อนการแข่งขัน หรือ แข่งขันโดยไม่มีผู้ชม

นอกจากสนามที่ใช้แข่งขันแล้ว ยังมีจุดสำคัญที่ต้องเข้มงวดเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยอีก 3 จุด

จุดแรก Fan Zone มีการรักษาความปลอดภัยไม่ด้อยไปกว่าสนามที่ใช้แข่งขันเพราะมีคนจำนวนมากมารวมตัว อย่างเช่นจุดที่หอไอเฟลคาดว่าจะมีผู้ชมมากถึง 90,000 คน จึงอาจกลายเป็นเป้าของผู้ก่อการร้ายได้ และแม้ว่ามีการทักท้วงแต่ทางการยืนยันว่าการนำคนมารวมกันในจุดเดียว รักษาความปลอดภัยง่ายกว่าให้คนกระจายไปอยู่ตามจุดต่างๆ และพร้อมกันนี้ ทางการก็ใช้มาตรการห้ามไม่ให้ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ เปิดจอยักษ์เพื่อดึงดูดลูกค้าด้วย ใน Fan Zone แต่ละจุดจะมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 400 นาย เพิ่มเติมจากการวางกำลังตำรวจหนาแน่น มีเครื่องตรวจจับโลหะบริเวณทางเข้า กล้อง CCTV สุนัขตำรวจ และห้ามไม่ให้นำกระเป๋าใหญ่เข้า

ที่พักนักกีฬาและที่ฝึกซ้อมของทั้ง 24 ทีม ก็ต้องอารักขาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด นอกจากการประกาศให้เป็นเขต No-fly zone แล้ว ก็ยังมีกำลังตำรวจ 24 ชั่วโมง โดยแต่ละจุดจะมีตำรวจ 17 นายสนธิกำลังกับหน่วยรบพิเศษต่อต้านการก่อการร้ายและการจับตัวประกัน 2 นาย ยังไม่รวมมาตรการแยกย่อยสำหรับแต่ละจุด เช่นโรงแรมที่พักของทีมชาติอังกฤษมีการห้ามสื่อมวลชนเข้าพื้นที่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนมีการเข้าพัก เพราะดูตัวอย่างบทเรียนจากการจับตัวนักกีฬาอิสราเอลในโอลิมปิกปี 1972

ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันและนักกีฬาเท่านั้น ระบบขนส่งสาธารณะก็ถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุวินาศกรรมกลางกรุงปารีสที่มีผู้เสียชีวิต 130 ราย ก็มีการวางกำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือที่สนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งสาธารณะอื่นๆ รวมถึงมีการตรวจตราหนังสือเดินทางของผู้เดินทาง ท่ามกลางสถานการณ์ประท้วงของแรงงานชาวฝรั่งเศสต่อต้านการปฏิรูปกฎหมายแรงงาน โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีทั้งพนักงานโรงกลั่นน้ำมันและพนักงานรถไฟที่พากันหยุดงาน จนกระทบต่อการเดินรถไฟ ปั๊มน้ำมันบางแห่งขาดแคลนน้ำมัน และอาจรวมถึงนักบินที่จะเข้าร่วมประท้วงในวันเสาร์นี้ด้วย

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ