ทั่วโลกประณามเหตุกราดยิงที่ไนท์คลับในฟลอริดา (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทั่วโลกร่วมประณามเหตุกราดยิงที่ไนท์คลับของกลุ่มรักร่วมเพศ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐ ขณะที่เอฟบีไอเร่งสอบสวนหาความเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา แถลงประณามเหตุกราดยิงครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นที่ “พัลส์ ไนท์คลับ” สถานบันเทิงของกลุ่มคนรักร่วมเพศ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ของสหรัฐ และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย บาดเจ็บอีก 53 คน โดยระบุว่าเป็นเหตุก่อการร้ายที่เป็นผลมาจากความเกลียดชัง และถือเป็นการก่อเหตุโจมตีชาวอเมริกันทั้งประเทศ โดยสถานที่ราชการทุกแห่งของสหรัฐที่มีการประดับธงชาติสหรัฐ จะลดธงลงครึ่งเสาจนถึงวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตด้วย ส่วนผู้อำนวยการสภาความสัมพันธ์อเมริกา-มุสลิม ออกมาแสดงจุดยืนไม่สนับสนุนการก่อการร้าย และพร้อมอยู่เคียงข้างชุมชนคนรักร่วมเพศในสหรัฐ

 

ขณะเดียวกัน บรรดาผู้นำโลกต่างออกมาร่วมแสดงความเสียใจและประณามเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยสหประชาชาติเผยแพร่แถลงการณ์ของนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาชาติที่ร่วมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวอเมริกัน รวมถึงสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ที่ทรงแสดงความเสียพระทัยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออล ลองด์ ของฝรั่งเศส ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา เพิ่งจะเผชิญกับเหตุโจมตีกรุงปารีสครั้งนั้นมีประชาชนถูกสังหารไปกว่า 130 ราย ก็ออกมาร่วมประณามและแสดงความเสียใจไปยังรัฐบาลสหรัฐเช่นกัน

สำหรับกรณีนี้ บุคคลดังระดับโลกอีกคนหนึ่งที่ออกมาแสดงความเห็นหลังเหตุการณ์นี้ คือ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัคชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในนามพรรครีพับลิกัน ซึ่งใช้โอกาสนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการบังคับใช้มาตรการห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งเขาเคยเสนอไปก่อนหน้านี้ โดยทรัมป์ระบุว่า เขารู้ว่าสักวันเหตุการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้น และสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปกว่านี้อีก

ขณะที่ชุมชนคนรักร่วมเพศทั้งในสหรัฐและทั่วโลก พร้อมใจกันไว้อาลัยให้กับการสูญเสียในครั้งนี้ โดยที่หน้าทำเนียบขาว มีประชาชนไปร่วมร้องเพลงชาติเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต เช่นเดียวกับที่ชุมชนคนรักร่วมเพศในนครเซา เปาโล ของบราซิลที่ออกมาร่วมแสดงพลังเป็นหนึ่งเดียวกับชาวอเมริกันทุกคน

ส่วนบรรยากาศที่เมืองออร์แลนโด นอกจากจะมีพิธีรำลึกไว้อาลัยแล้ว ชาวเมืองยังพร้อมใจกันออกไปบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ จนศูนย์รับบริจาคเลือดต้องจัดคิวเพื่อนัดให้ผู้มีความประสงค์จะบริจาคเลือดมาบริจาคอีกครั้งในวันถัดไป นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า โครงการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของเหยื่อผู้เสียชีวิต สามารถระดมทุนได้มากถึง 874,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 10 ชั่วโมง

 

 

เอฟบีไอเร่งสอบเหตุกราดยิงที่ฟลอริดา หลังไอเอสอ้างอยู่เบื้องหลัง

 

        ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนเหตุดังกล่าว ล่าสุด ตำรวจได้ยกกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของคนร้าย และอพยพประชาชนในละแวกใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเกรงว่าอาจมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน พร้อมเปิดเผยชื่อและภาพของผู้ก่อเหตุ คือ นายโอมาร์ มาทีน (Omar Mateen) ชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟกัน วัย 29 ปี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตระหว่างยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือตัวประกันในไนท์คลับ โดยจากรายงานของเอฟบีไอระบุว่า ก่อนก่อเหตุ คนร้ายเป็นผู้โทรศัพท์ไปแจ้ง 911 ด้วยตัวเอง และได้ประกาศสวามิภักดิ์กับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลุ่มไอเอสจะออกมารับสมอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุในครั้งนี้ แต่เอฟบีไอก็ยังไม่พบหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่า ไอเอสเป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง หรือเป็นเพียงแรงจูงใจให้คนร้ายก่อเหตุเท่านั้น

          จากการสอบประวัติ พบว่า นายมาทีนเคยทำงานให้กับหน่วยงานรักษาความปลอดภัยรายใหญ่ของสหรัฐเป็นเวลา 9 ปี และต้องพกพาอาวุธเพื่อใช้ปฏิบัติงานเป็นประจำ โดยก่อนหน้าที่จะก่อเหตุ มีรายงานว่าเขาได้ไปซื้ออาวุธปืนจำนวนมากด้วย แต่เป็นการซื้อโดยถูกกฎหมาย ขณะที่เอฟบีไอยอมรับว่า เคยสอบปากคำนายมาทีนมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้งภายในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่า เขาไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังการก่อการร้าย ขณะที่พ่อของคนร้ายเผยว่า ลูกชายมีทัศนคติเหยียดกลุ่มคนรักร่วมเพศ โดยแสดงอาการไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อเห็นคู่รักร่วมเพศแสดงความรักต่อกัน แต่ก็ยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ที่คลั่งศาสนา และไม่ทราบว่าลูกชายเกี่ยวกับกลุ่มไอเอสหรือไม่ ส่วนอดีตภรรยา ให้ข้อมูลว่า อดีตสามีเคยอยากเป็นตำรวจ แต่เป็นคนอารมณ์ร้อน และมีปัญหาทางจิต นอกจากนี้ ยังเคยทำร้ายร่างกายเธอบ่อยครั้ง

          ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่บันเทิงของกลุ่มรักร่วมเพศในนครนิวยอร์ก หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ตำรวจในรัฐแคลิฟอร์เนียสามารถควบคุมตัวชายต้องสงสัยเตรียมก่อเหตุโจมตีงานพาเหรดกลุ่มรักร่วมเพศ โดยจากการตรวจค้นรถพบอาวุธปืนไรเฟิล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์นี้กับเหตุกราดยิงที่ฟลอริดา

 

5 อันดับ เหตุกราดยิงร้ายแรงในสหรัฐ

 

เหตุการณ์นี้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความง่ายดายในการเข้าถึงแหล่งอาวุธปืนในประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายในสังคมอเมริกันถกเถียงกันมายาวนาน ขณะที่รายงานของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดเหตุกราดยิงเพื่อสังหารหมู่มากที่สุดในโลก โดยสถิติการเกิดเหตุกราดยิงกว่า 90 ครั้ง ระหว่างปี 1966-2012 คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของเหตุกราดยิงทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนโลก โดยโรงเรียนและสำนักงาน คือ สถานที่เสี่ยงที่สุดที่จะเกิดเหตุกราดยิง ขณะที่งานวิจัยระบุว่า ผู้ก่อเหตุในสหรัฐส่วนใหญ่มีอาการป่วยทางจิต ด้านรายงานของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดวิเคราะห์ว่าเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นอาจเป็น พฤติกรรมเลียนแบบ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการที่กฎหมายปืนในสหรัฐค่อนข้างเปิดเสรีอยู่มาก


 

- 2016: เหตุกราดยิงที่ไนท์คลับในเมืองออร์แลนโด ตาย 50 เจ็บ 53

- 2007: เหตุกราดยิงที่มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เทค ตาย 32 ราย

- 2012: เหตุกราดยิงที่โรงเรียนประธมแซนดี้ ฮุก รัฐคอนเนตติกัต เด็กอายุระหว่าง 6-7 ปี ตาย 20 ราย

- 1991: กราดยิงที่คาเฟ่ในรัฐเท็กซัส ตาย 23 ราย

- 2015: กราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ตาย 14 ราย

 

 

 

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ