โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น รวมไปถึงปัญหาสุดคลาสสิคที่ใครก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือน้ำท่วมท้องถนนอันเนื่องมากจาก ปริมาณฝนที่ตกลงมามากเกินขีดความสามารถ ในการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ที่ปัจจุบันรองรับได้สูงสุดเพียง 60 ลบ.ม./ชม.
ประกอบกับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีเพียงแห่งเดียวที่แล้วเสร็จ สามารถใช้งานได้คืออุโมงค์พระราม 9 สามารถระบายน้ำได้ปริมาณมากกว่า 60 ลบ.ม./วินาที ทำหน้าที่ระบายน้ำเขตลาดพร้าว ห้วยขวาง และบางกะปิ แต่อุปสรรคในการระบายน้ำที่พบคือขยะที่เขาไปขวางทางเครื่องสูบน้ำ
แต่สำหรับอุโมงค์ยักษ์อีก 3 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์บางซื่อ อุโมงค์สวนหลวง และอุโมงค์ดอนเมือง ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง จึงทำให้ศักยภาพการระบายน้ำเมื่อฝนตกหนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบ ต่อการเดินทางสัญจรและใช้ชีวิตของคนกรุงในช่วงฤดูฝนของทุกปี
ล่าสุดสภาพวิกฤติจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก อันเป็นผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมถนนสายหลักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริเวณถนนรัชดาภิเษก บริเวณฝั่งศาลอาญา และฝั่งธนาคารกรุงเทพ ถนนพหลโยธิน บริเวณฝั่งกรมการขนส่งทางบก และฝั่งสวนจตุจักร มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10 – 20 ซม. ส่งผลให้การจราจรขาเข้า โดยเฉพาะด้านทิศเหนือที่มาจากดอนเมือง และด้านทิศตะวันออกที่มาจากรามอินทรา ลาดพร้าว และรามคำแหง ติดขัดเป็นอย่างมาก ซึ่งกว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย ก็กินเวลาล่วงเลยไปกว่า 10.00 – 11.00 น.
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า 19 จุดอ่อนน้ำท่วมซ้ำซากบนถนนสายหลัก ที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในระยะนี้ ได้แก่
1. ถนนแจ้งวัฒนะ จากวงเวียนหลักสี่ - หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2. ถนนแจ้งวัฒนะ จากคลองประปา - ซอยศูนย์ราชการ
3. ถนนรัชดาภิเษก ช่วงหน้าธนาคารกรุงเทพ
4. ถนนประชาราษฎร์สาย2 ช่วงแยกเตาปูน
5.ลานพระบรมรูปทรงม้า ฝั่งสวนอัมพร
6. ถนนราชวิถี ช่วงหน้าราชภัฏสวนดุสิต และเชิงสะพานกรุงธนบุรี
7. ถนนพญาไทย ช่วงหน้ากรมปศุสัตว์
8. ถนนศรีอยุธยา ช่วงหน้า สน.พญาไท
9. ถนนสนามชัย จากซอยเศรษฐการ - ถนนท้ายวัง และรอบสนามหลวง
10. ถนนเจริญกรุง จากถนนแปลงนาม - แยกหมอมี
11. ถนนเยาวราช ฝั่งเหนือ จากถนนทรงสวัสดิ์ – ถนนราชวงศ์
12.ถนนจันทน์ จากซอยบำเพ็ญกุศล - ไปรษณีย์ยานนาวา
13. ถนนสวนพลู จากถนนสาทรใต้ – ถนนนางลิ้นจี่
14. ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงคลองสามวา - คลองแสนแสบ
15. ถนนฉิมพลี จากถนนบรมราชชนนี - ทางรถไฟสายใต้
16. ถนนเพชรเกษม บริเวณแยกพุทธมณฑลสาย2 - ปากซอยเพชรเกษม63
17. ถนนบางบอน 1 จากถนนเอกชัย - คลองบางโคลัด
18. ถนนบางขุนเทียน จากถนนพระรามที่2 - ถนนบางขุนเทียนชายทะเล
19. ถนนประชาอุทิศ จากคลองรางจาก - หน้าสำนักงานเขตบางบอน
ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีแนวฝนตกเพิ่มมากขึ้นเกิดจากอิทธิพลลมมรสุมจากภาคตะวันออก โดยสภาพอากาศในวันนี้มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ในช่วงนี้ชาวกรุงจึงอาจต้องเผื่อเวลาในการเดินทาง และวางแผนเส้นทางสัญจรให้ดีก่อนออกจากบ้าน