แชร์ว่อน.. "ไม่อนุญาตให้เฟซบุ๊กเข้าถึงข้อมูล" นักวิชาการฯ เตือนอย่าหลงเชื่อ ข้อความลูกโซ่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ฯ เตือน ผู้ใช้โซเชียลระวังการคัดลอกข้อความส่งต่อเรื่องไม่อนุญาตให้เฟซบุ๊ก สามารถใช้รูปภาพ และข้อมูล ที่กำลังแชร์กันอยู่ตอนนี้ ลักษณะคล้ายข้อความลูกโซ่ และเป็นเรื่องหลอกลวง แนะผู้ใช้โซเชียลต้องระมัดระวังในการแชร์ข้อมูล

เช้าวันนี้ใครหลายคนที่เปิด “เฟซบุ๊ก” ของตัวเอง กลับพบว่าเพื่อนของคุณได้มีการโพสต์ข้อความ ที่มีใจความดังต่อไปนี้


“ ณ วันนี้ ..... กรกฎาคม 2016 เวลา ....... น. ข้าพเจ้าไม่อนุญาตให้ Facebook รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องของ Facebook สามารถใช้รูปภาพ ข้อมูลโพสต์ของข้าพเจ้าทั้งในอดีตที่ผ่านมาและในอนาคต หรือทั้งหมดที่อยู่ในProfile ของข้าพเจ้า ดังรายละเอียดที่ได้กล่าวมาตามข้อความข้างบนนี้ ข้าพเจ้ามีความประสงค์ต้องการแจ้งให้ทาง Facebook รับทราบว่าไม่มีสิทธิ์ ที่จะนำเอาข้อมูลของข้าพเจ้าไปเปิดเผย, คัดลอก , ทำสำเนา, แจกจ่าย หรือ ดำเนินการใดๆ โดยอ้างอิงจากข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้า รวมถึงเนื้อหาของโพรไฟล์นี้ ข้อมูลดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นความลับส่วนบุคคล. การละเมิดความเป็นส่วนตัวจะมีบทลงโทษโดยกฎหมาย

หมายเหตุ: Facebook ตอนนี้เป็นบุคคลสาธารณะ .สมาชิกของ Facebook ทุกคนต้องโพสต์ข้อความแบบนี้ หากคุณไม่แจ้งข้อความข้างต้นต่อ Facebook อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ใน Facebook ของคุณ คุณจะถูก tacitly อนุญาตให้ใช้รูปภาพของคุณรวมทั้งข้อมูลที่มีอยู่ในอัพเดตสถานะของโพรไฟล์คุณได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

*กรุณาอย่าแชร์* คุณต้องคัดลอกข้อความนี้และนำไปโพสต์ที่หน้า Facebook ของคุณ และต้องเปลี่ยนวันที่และเวลา ก่อนที่คุณจะโพสต์ “


ทีมข่าวนิวมีเดีย PPTV ได้สอบถามกับ “ณัฐ พยงค์ศรี” นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ได้บอกถึง การที่มีคนแชร์ข้อความดังกล่าวจำนวนมาก ว่า กรณีนี้เป็นการนำข้อความการปรับปรุงนโยบายของเฟซบุ๊ก มาแชร์ แต่มีการเพิ่มข้อความเข้าไป ทำให้คนสับสนกับนโยบายที่ออกมา โดยมีใจความว่า จะมีการเปลี่ยนนโยบาย และหลอกว่าหากไม่ก็อปข้อความไปจะเกิดผลเสียตามมา กรณีเหล่านี้เคยเกิดขึ้นกับอีเมลที่จะมีข้อความจำพวกฟอร์เวิร์ดเมลให้ส่งต่อจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไม่จริงหากไม่ส่งต่อแอดเคาท์จะถูกลบ  เหล่านี้มีลักษณะคล้ายกันคือเป็นข้อความลูกโซ่ และหลอกลวง ซึ่งนำเรื่องจริงมาผสมกับเรื่องลวง


“สำหรับในกรณีนี้ผลลบที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร เพียงแค่ก่อให้เกิดความรำคาญ กลายเป็นข้อความขยะที่เกิดขึ้นจำนวนมาก จนทำให้คนที่ไม่ได้อ่านให้ละเอียด หรือไม่ได้อ่านในทันทีตกใจ และนำไปแชร์ต่อในทันที ซึ่งก่อนจะแชร์ควรตรวจสอบข้อมูลจากสำนักข่าวที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เชื่อถือข้อมูลจากโซเชียลฯ เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ควรจะต้องระมัดระวังการคลิกเข้าไปในลิงค์เว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจจะมัลแวร์ ทำให้เกิดการแชร์ลิงค์ที่ไม่เหมาะสมโดยอัติโนมัติได้ คนใช้โซเชียลจึงต้องระมัดระวังในการใช้ด้วย”  นักวิชาการคอมพิวเตอร์ฯ แนะนำ

ด้าน อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ชี้แจงประเด็นนี้ผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ใครได้รับอันนี้มา ไม่ต้องไปแชร์ ไปทำตาม  เพราะเป็นฟอร์เวิร์ดเมลเก่าที่หลอกกันบนเฟซบุ๊ก และเอากลับมาเล่นกันใหม่  ทำให้มีการแชร์ตามกันอย่างกว้างขวาง

นอกจากในประเทศไทยแล้ว ในต่างประเทศก็ได้มีการส่งต่อและโพสต์ข้อความในลักษณะข้อความลูกโซ่นี้เช่นกัน ขณะที่เฟซบุ๊กก็ได้มีการออกมาชี้แจงว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่มีการคัดลอกข้อความและส่งต่อกันมา

สำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้งหลาย ก็ต้องระมัดระวัง ควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะแชร์ มิเช่นนั้นการแชร์โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบ อาจนำความเสียหายกลับมาหาตัวคุณเองโดยที่ไม่รู้ตัว..  

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ