วันนี้ (3 ก.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลสำรวจของนิด้าโพลต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ครั้งที่ 6 เมื่อถามว่าจะรับหรือไม่รับ พบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 62 ยังไม่ตัดสินใจ ส่วนกลุ่มที่ตอบว่ารับ มีจำนวนร้อยละ 27.33 และไม่รับร้อยละ 6.80 ส่วนอีกร้อยละ 3.07 ยืนยันว่าจะไปใช้สิทธิ์ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าจะตัดสินใจอย่างไร
ส่วนความเห็นต่อคำถามพ่วงที่ว่า เห็นด้วยหรือไม่ หากจะให้สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.สรรหา มีสิทธิ์ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในช่วง 5 ปีแรกของการเปลี่ยนผ่าน ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ร้อยละ 50.93 ตอบว่า ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.80 ลงมติเห็นด้วย และร้อยละ 20.20 ลงมติไม่เห็นด้วย ส่วนอีกร้อยละ 1.07 จะไปใช้สิทธิ์แต่ยังไม่เปิดเผยการตัดสินใจ
แม้ผลสำรวจของนิด้าโพลจะไม่ได้ลงรายละเอียดว่า สาเหตุใดที่ประชาชนกว่าครึ่งยังไม่ตัดสินใจ แต่หากดูผลสำรวจของสวนดุสิตโพลที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 20 ถึง 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาประกอบ ก็เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เมื่อผลออกมาในทิศทางว่า ยังมีประชาชนมากถึงกว่า ร้อยละ 69 ไม่มีความรู้ความเข้าใจต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญอย่างดีพอ และกว่าร้อยละ 82 ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กกต. เร่งประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ในเวลา 5 สัปดาห์ที่เหลือ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่า ขณะนี้ กกต. กำลังเร่งทำงานเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งการประเมินผลงาน กกต.ในเวลาที่เหลือ จะอยู่ที่จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 80
ด้าน พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ล่าสุดรัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย มาทำหน้าที่สนับสนุนให้การทำประชามติเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และไม่มีความวุ่นว่ายเกิดขึ้น โดยมีโครงสร้างการทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ เช่นในระดับจังหวัดก็จะให้ผู้ว่าฯเป็น ผอ.ศูนย์ และระดับอำเภอ ก็จะมีนายอำเภอเป็นหัวหน้าศูนย์ ซึ่งภารกิจหลักก็คือ การติดตามประเมินสถานการณ์ การจัดทำแผนเผชิญเหตุ และที่สำคัญคือ งานด้านการข่าว ที่จะเสาะหาว่า มีใครเคลื่อนไหวบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะขัดกฎหมายและคำสั่ง คสช. หรือไม่