วันนี้ (8 ก.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการรถคันแรก ที่ได้มีการกำหนดระยะเวลาการดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 และได้สิ้นสุดไปในวันที่ 31 ธ.ค. 2555 นั้น มีผู้จองใช้สิทธิ์ประมาณ 1.255 ล้านคัน แต่ใช้จริงประมาณ 1.1 ล้านคันเท่านั้น โดยสามารถส่งมอบรถยนต์ได้จริงประมาณกลางปี 2555 ดังนั้นเมื่อผู้ใช้สิทธิ์ครอบครองรถนาน 5 ปี จึงสามารถเปลี่ยนมือได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในโครงการ จึงได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าประมาณกลางปี 2560 ผู้เข้าร่วมโครงการรถคันแรกส่วนหนึ่งก็จะเริ่มเริ่มทยอยขายรถยนต์ เพื่อซื้อรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีดีกว่าเดิม ซึ่งค่ายรถทุกรายก็จะเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ออกมากระตุ้นกำลังการซื้อ
ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ปิดเผยว่า โครงการรถคันแรก มีผลดีตรงที่ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่ายอดการผลิตปี 2556 ขยับขึ้นเป็นปีละกว่า 2 ล้านคัน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก
ส่วนผลเสียของโครงการนี้ ก็คือ ก่อให้เกิดหนี้ครอบครัวจากการเช่าซื้อรถยนต์สูงนอกจากนั้นแล้วทางธนาคารแห่งประเทศไทย ยังระบุด้วยว่า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กำลังการซื้อของผู้บริโภคหดตัวลงทุกประเภทสินค้า นอกจากนี้ โครงการรถคันแรกยังเป็นการบิดเบือนตลาด จากปกติยอดขายในประเทศอยู่ที่ปีละ 8-9 แสนคัน ก็พุ่งเป็นปีละ 1.4 ล้านคัน โรงงานประกอบต้องเร่งการผลิตเป็น 2-3 กะ พร้อมโอที