นางอัญชลี ชวนิตย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งบรรจุโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมขนาดเล็ก (SPP) ที่ใช้เสริมความมั่นคงทางพลังงานให้โรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรม ให้อยู่ในแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ เพื่อให้การทำสัญญาฉบับใหม่เดินหน้าเป็นแนวทางก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนโรงเก่า ที่จะสิ้นสุดในเดือน เม.ย. 2560 ซึ่งจะต้องมีระยะเวลาให้ผู้ประกอบการ SPP เตรียมตัวไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้เป็นต้นไป
เช่นเดียวกับ นายไพทูรย์ ไพศาลสุขวิทยา อุปนายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่ออกมาเสนอให้ลดค่าไฟฟ้าหน่วยละ 5 - 10 สตางค์ เพราะโรงไฟฟ้าเก่ามีการเชื่อมต่อสายส่งและท่อก๊าซไว้แล้ว ส่วนที่ลงทุนใหม่จะเป็นเพียงเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าในพื้นที่เดิม โดยมีวงเงินลงทุนต่อโรงไฟฟ้าขนาด 120 - 140 เมกกะวัตต์ ที่ 4,500 ล้านบาท
สำหรับ SPP ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในปัจจุบันมี 25 โครงการ หรือคิดเป็น 2,908 เมกะวัตต์ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2538 โดยมีอายุสัญญา 21 ปี จะทยอยหมดสัญญาปี 2560 - 2567 ซึ่งในแผน PDP ฉบับใหม่ รัฐบาลควรคงสัดส่วน SPP ที่ร้อยละ 10 เพราะที่ผ่านมา SPP มีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นและรองรับการลงทุนจากต่างชาติ