วันนี้ (21 ก.ค. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเรเซป เทย์ยิป เออร์โดอาน ประธานาธิบดีของตุรกี แถลงจากทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงอังการา เมืองหลวงของประเทศ ประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อขยายขอบเขตอำนาจเจ้าหน้าที่ในการล่าตัวและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับความพยายามในการก่อรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งนำไปสู่การสั่งปลด พักงาน และเรียกสอบผู้ต้องสงสัยพัวพันกับการก่อรัฐประหารแล้วมากกว่า 50,000 คน โดยในจำนวนนี้มีคณบดี อาจารย์มหาวิทยาลัย และสื่อมวลชนรวมอยู่ด้วย โดยล่าสุดมีรายงานเจ้าหน้าที่ถูกคุมขังและดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วเกือบ 10,000 คน ขณะที่ทางการได้สั่งปิดโรงเรียนแล้วมากกว่า 600 แห่ง
อย่างไรก็ตามนายเออร์โดอาน ยืนยันว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้ไม่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย กฎหมาย และเสรีภาพของประชาชน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติว่ารัฐบาลตุรกีกำลังฉวยโอกาสจากรัฐประหารที่ล้มเหลวในการล้างบางกลุ่มที่เห็นต่างทางการเมือง
ด้านกลุ่มผู้สนับสนุนนายเออร์โดอาน ออกมาขานรับท่าทีดังกล่าว ขณะที่บรรยากาศที่จัตุรัสทักซิม ในนครอิสตันบูล มีประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลของนายเออร์โดอาน ติดต่อกันเป็นวันที่ 6 แล้ว
ทั้งนี้รัฐบาลตุรกีเชื่อว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังความพยายามยึดอำนาจในครั้งนี้ คือ นายเฟตฮุลเลาะห์ กูเลน ศัตรูทางการเมืองของนายเออร์โดอาน ซึ่งปัจจุบันกำลังลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ พร้อมทั้งกล่าวว่าน่าจะมีต่างชาติคอยชักใยอยู่เบื้องหลังอีกชั้นหนึ่ง อย่างไรก็ตามทางการตุรกียืนยันว่าการสั่งปิดฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในตุรกี เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ก.ค. 59 ไม่เกี่ยวกับเรื่องรัฐประหารแต่อย่างใด