Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

ด่วน! อิสราเอล-สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านแล้ว ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อิสราเอล-สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านแล้ว! รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเตรียมรับการตอบโต้จากอิหร่าน

วันที่ 28 ก.พ. อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล เปิดเผยว่า อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านแบบ “ป้องกันตัวเองล่วงหน้า” แล้ว

พร้อมกันนี้ รัฐบาลอิสราเอลยังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เนื่องจากคาดการณ์ว่าอิหร่านจะตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธ

โดยสำนักข่าวฟาร์สรายงานว่า ขีปนาวุธหลายลูกตกในเขตของเมืองหลวงอิหร่าน และมีการโจมตีเมืองอิสฟาฮาน กอม คาราจ และเคอร์มานชาห์

อิสราเอลตั้งชื่อปฏิบัติการครั้งนี้ว่า “สิงโตคำราม” (Roaring Lion) ตามปฏิบัติการปีที่แล้ว “สิงโตผงาด” (Rising Lion)

อิสราเอล-สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน Reuters/WANA/Handout
อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล

เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วประเทศอิสราเอลเมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (13.15 น. ตามเวลาประเทศไทย) เพื่อเตือนภัยประชาชนถึงภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ

การโจมตีของอิสราเอลเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อบรรลุข้อตกลงในการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและหลีกเลี่ยงสงคราม และคาดว่าจะมีการเจรจาต่อในสัปดาห์หน้า

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากองทัพสหรัฐฯ มีส่วนเกี่ยวข้องในการโจมตีครั้งแรกหรือไม่ และเป้าหมายคืออะไร

แคตซ์กล่าวว่า “การโจมตีป้องกันตัวเองล่วงหน้า” ครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อ “ขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล”

เมื่อเดือน มิ.ย. 2025 อิสราเอลได้โจมตีอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่สงคราม 12 วัน โดยสหรัฐฯ เข้าร่วมกับอิสราเอลในความขัดแย้งครั้งนั้น ด้วยการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้เตือนถึงภัยคุกคามจากขีปนาวุธของอิหร่าน และแสดงการคัดค้านข้อตกลงที่มุ่งเน้นเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเท่านั้น

อิหร่านปฏิเสธที่จะหารือเกี่ยวกับการจำกัดโครงการขีปนาวุธของตน รวมถึงการยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค เช่น ฮามาสในฉนวนกาซา ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มติดอาวุธในอิรัก และฮูตีในเยเมน โดยกล่าวว่าข้อเรียกร้องเหล่านั้นเป็นการละเมิดอธิปไตยของตน

สหรัฐฯ ร่วมวงด้วย!

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองคนเปิดเผยกับ CNN ว่า สหรัฐฯ กำลังดำเนินการโจมตีอิหร่าน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่าการโจมตีอยู่ระหว่างดำเนินการ และระบุว่าเป็นการโจมตีที่ "ไม่ใช่การโจมตีเล็ก ๆ"

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ในขณะนี้มุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหาร แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติการที่กำลังดำเนินอยู่

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อีกรายหนึ่งกล่าวว่า เป้าหมายของการโจมตีคือการจัดการกับภัยคุกคามทางทหารจากอิหร่านและปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ได้วางมาตรการเพื่อปกป้องบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคก่อนการปฏิบัติการดังกล่าว

แหล่งข่าวสองคนระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังวางแผนโจมตีต่อเนื่องหลายวัน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ตั้งชื่อปฏิบัติการรบต่ออิหร่านว่า “ปฏิบัติการมหาความพิโรธ” (Operation Epic Fury)

ชื่ออย่างเป็นทางการนี้ ประกาศผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เป็นการทำให้ปฏิบัติการนี้เป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งสำคัญของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ

ปิดน่านฟ้า-ไร้สัญญาณโทรศัพท์

กระทรวงคมนาคมของอิสราเอลแถลงว่า อิสราเอลปิดน่านฟ้าแล้ว หลังจากที่เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิหร่านก็ปิดน่านฟ้าแล้วเช่นกัน

ขณะเดียวกัน การสื่อสารทางโทรศัพท์มือถือถูกตัดขาดในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ขณะนี้ไม่สามารถโทรออกได้ และมีโอกาสที่อินเทอร์เน็ตอาจถูกตัดขาดในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน

“ทรัมป์” ยืนยันเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ลั่นเป็นภารกิจอันสูงส่ง

ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ทาง Truth Social ว่า สหรัฐฯ ได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ในอิหร่าน” แล้ว

เขากล่าวว่าเป้าหมายคือการปกป้องสหรัฐฯ โดย “กำจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาจากระบอบอิหร่าน”

ทรัมป์กล่าวในวิดีโอว่า “เป้าหมายของเราคือการปกป้องประชาชนชาวอเมริกันโดยการกำจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาจากระบอบอิหร่าน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่โหดเหี้ยมและเลวร้ายมาก”

เขาเสริมว่า “กิจกรรมที่คุกคามของพวกเขาส่งผลกระทบโดยตรงต่อสหรัฐอเมริกา กองกำลังของเรา ฐานทัพของเราในต่างประเทศ และพันธมิตรของเราทั่วโลก”

“เป็นเวลา 47 ปีแล้วที่ระบอบอิหร่านตะโกนว่า ‘อเมริกาจงพินาศ’ และดำเนินแคมเปญนองเลือดและฆาตกรรมหมู่ที่ไม่สิ้นสุด โดยมุ่งเป้าไปที่สหรัฐอเมริกา กองกำลังของเรา และประชาชนผู้บริสุทธิ์ในหลายประเทศ” เขากล่าว

ทรัมป์บอกอีกว่า “กองทัพสหรัฐฯ กำลังดำเนินการปฏิบัติการครั้งใหญ่และต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้ระบอบเผด็จการหัวรุนแรงที่ชั่วร้ายนี้คุกคามอเมริกาและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติที่สำคัญของเรา เราจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขาและทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง”

เขากล่าวว่า อิหร่านกำลังพยายามฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์หลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในเดือน มิ.ย. 2025 “พวกเขาปฏิเสธทุกโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ และเราทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว”

ทั้งนี้ ทรัมป์ยอมรับว่าอาจมีทหารอเมริกันเสียชีวิตในปฏิบัติการครั้งนี้ “ชีวิตของวีรบุรุษชาวอเมริกันผู้กล้าหาญอาจต้องสูญเสียไป และเราอาจมีผู้เสียชีวิตบ้าง ซึ่งมักเกิดขึ้นในสงคราม แต่เราไม่ได้ทำเช่นนี้เพื่อปัจจุบัน เราทำเพื่ออนาคต และนี่คือภารกิจอันสูงส่ง”

เขากล่าวว่าสหรัฐฯ ได้ “ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อบุคลากรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้”

ทรัมป์ยังบอกกับประชาชนชาวอิหร่านว่า “ชั่วโมงแห่งอิสรภาพของท่านใกล้เข้ามาแล้ว จงอยู่แต่ในบ้าน อย่าออกจากบ้าน เพราะข้างนอกอันตรายมาก ระเบิดจะตกทุกหนทุกแห่ง เมื่อเราทำเสร็จแล้ว จงเข้ายึดอำนาจรัฐบาลของท่าน มันจะเป็นของท่าน นี่อาจเป็นโอกาสเดียวของท่านในรอบหลายชั่วอายุคน”

เขาเสริมว่า “หลายปีที่ผ่านมา ท่านขอความช่วยเหลือจากอเมริกา แต่ท่านไม่เคยได้รับ ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนเต็มใจทำในสิ่งที่ผมเต็มใจจะทำในคืนนี้ แต่ตอนนี้ท่านมีประธานาธิบดีที่ให้สิ่งที่ท่านต้องการแล้ว ดังนั้นมาดูกันว่าท่านจะตอบสนองอย่างไร”

ประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่า สหรัฐฯ กำลังสนับสนุนชาวอิหร่านด้วยกำลังอันมหาศาลและพลังทำลายล้าง ตอนนี้เป็นเวลาที่จะกุมชะตากรรมของตัวเองและปลดปล่อยอนาคตที่รุ่งโรจน์และมั่งคั่งซึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม นี่คือช่วงเวลาแห่งการลงมือทำ อย่าปล่อยให้มันผ่านไป

ผู้นำอิหร่านเคลื่อนไหว

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่เรียกร้องให้ชาติรวมเป็นหนึ่งเดียวต่อต้าน "ศัตรู"

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า คาเมเนอีไม่ได้อยู่ในกรุงเตหะราน และถูกนำตัวไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว

อิหร่านตอบโต้

เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เตหะรานกำลังเตรียมตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล และการโจมตีตอบโต้ครั้งนี้จะรุนแรงมาก

ด้าน อิบราฮิม อาซิซี หัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “เราเตือนพวกคุณแล้วนะ! ตอนนี้พวกคุณได้เริ่มเดินไปในเส้นทางที่จุดจบอยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกคุณแล้ว”

เวลา 15.15 น. ตามเวลาประเทศไทย กองทัพอิสราเอลระบุว่า ตรวจพบขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่านมุ่งหน้ามายังอิสราเอล ทำให้มีการเปิดไซเรนเตือนภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ

แถลงการณ์ระบุว่า “ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของกองบัญชาการป้องกันประเทศ ในขณะนี้ กองทัพอากาศอิสราเอลกำลังปฏิบัติการสกัดกั้นและโจมตีภัยคุกคามในจุดที่จำเป็น เพื่อขจัดภัยคุกคามนั้น”

“ระบบป้องกันประเทศไม่ได้สมบูรณ์แบบ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกองบัญชาการป้องกันประเทศต่อไป ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของกองบัญชาการป้องกันประเทศต่อไป”

ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ยืนยันว่าได้ยิงขีปนาวุธและโดรนไปยังอิสราเอลหลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล “เพื่อตอบโต้การรุกรานของศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์และอาชญากรต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกแรกโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว”

กองทัพอิหร่านกล่าวว่าจะมอบ "บทเรียนครั้งประวัติศาสตร์" ให้แก่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกา หลังจากการโจมตีเมืองต่าง ๆ ในอิหร่าน

พลตรี อับดุลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกอาวุโสของกองทัพอิหร่าน กล่าวว่า “ดังที่เราได้กล่าวไว้แล้ว ฐานทัพใด ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ให้ความช่วยเหลืออิสราเอลจะเป็นเป้าหมายของสาธารณรัฐอิสลามอันศักดิ์สิทธิ์และกองทัพของเรา และเราจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการใด ๆ”

IRGC อ้างว่าเป้าหมายทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางทั้งหมดถูกโจมตี “ด้วยขีปนาวุธอันทรงพลังของอิหร่าน”

แถลงการณ์ระบุว่า “ปฏิบัติการนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งจนกว่าศัตรูจะพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาด”

อิหร่านแถลงว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภาคใต้ของอิหร่าน ทำให้เด็กนักเรียนหญิงเสียชีวิต 5 คน ซึ่งถือเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกของอิหร่านที่ได้รับการยืนยันในปฏิบัติการนี้ การโจมตีเกิดขึ้นที่เมืองมินาบ ในจังหวัดฮอร์โมซกัน ซึ่งเป็นที่ตั้งฐาน IRGC

นายกฯ อิสราเอลแถลง

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลเพิ่งออกแถลงการณ์เมื่อเวลา 15.20 น. ตามเวลาประเทศไทย ความว่า

พี่น้องชาวอิสราเอลทั้งหลาย เมื่อไม่นานมานี้ อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาได้เริ่มปฏิบัติการเพื่อกำจัดภัยคุกคามร้ายแรงจากระบอบก่อการร้ายในอิหร่าน

ผมขอขอบคุณเพื่อนที่ดีของเรา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับความเป็นผู้นำครั้งประวัติศาสตร์ของท่าน ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา ระบอบอยาตอลเลาะห์ได้ตะโกนว่า 'อิสราเอลจงพินาศ' 'อเมริกาจงพินาศ'

มันได้หลั่งเลือดของเรา สังหารชาวอเมริกันจำนวนมาก และสังหารหมู่ประชาชนของตนเอง ระบอบการปกครองที่โหดเหี้ยมนี้ไม่ควรได้รับอาวุธนิวเคลียร์ที่จะทำให้มันคุกคามมวลมนุษยชาติ การร่วมมือกันของเราจะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนชาวอิหร่านผู้กล้าหาญได้กำหนดชะตากรรมของตนเอง

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนของประชาชนชาวอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นชาวเปอร์เซีย ชาวเคิร์ด ชาวอาเซอร์ไบจาน ชาวบาลูชี และชาวอาห์วาซี จะต้องปลดแอกตนเองจากแอกแห่งการกดขี่ และสร้างอิหร่านที่เสรีและสงบสุข

ผมขอวิงวอนท่านทั้งหลาย พลเมืองของอิสราเอล โปรดฟังคำสั่งของกองบัญชาการแนวหน้า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในปฏิบัติการ 'สิงโตคำราม' เราทุกคนจะต้องมีความอดทนและเข้มแข็ง

เราจะยืนหยัดร่วมกัน เราจะต่อสู้ร่วมกัน และเราจะรับประกันความยั่งยืนของอิสราเอลร่วมกัน

เกิดระเบิดในประเทศข้างเคียง!

กระทรวงกลาโหมของกาตาร์ระบุว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออตของอิหร่านสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธลูกหนึ่งได้

กาตาร์ได้ออกประกาศเตือนผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ แนะนำให้ประชาชนทุกคนอยู่แต่ในบ้านหรือที่อื่น ๆ และอยู่ห่างจากฐานทัพทหาร

มีรายงานว่าเกิดระเบิดขึ้นในบาห์เรน ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินและกระตุ้นให้ประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัยที่ใกล้ที่สุด

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า พบเห็นควันไฟจากพื้นที่จูฟแฟร์ในบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสหรัฐฯ

บาห์เรนยืนยันว่ากองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ

นักข่าวอัลจาซีราห์อาหรับรายงานว่า เกิดระเบิดขึ้นในคูเวต มีการเปิดใช้งานไซเรนเตือนภัยแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีเสียงระเบิดดังสนั่นจากกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

กาตาร์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ปิดน่านฟ้าของตนแล้ว

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน

ตามรายงานของสำนักข่าว ฐานทัพเหล่านั้นได้แก่:

  • ฐานทัพอากาศอัล-อูเดอิด ในกาตาร์ (Al-Udeid air base)
  • ฐานทัพอากาศอัล-ซาเลม ในคูเวต (Al-Salem air base)
  • ฐานทัพอากาศอัล-ดัฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Al-Dhafra air base)
  • กองเรือที่ห้าในบาห์เรน (The 5th fleet)

กระทรวงกลาโหมของกาตาร์กล่าวว่าได้สกัดกั้นขีปนาวุธทั้งหมดที่ยิงมายังดินแดนของตน ขณะที่มีรายงานเสียงระเบิดในกรุงโดฮา ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ ระบุว่า ประเทศกาตาร์ขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้หลังจากการโจมตีของอิหร่าน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

แถลงการณ์ระบุว่า กาตาร์ประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีดินแดนกาตาร์ด้วยขีปนาวุธ โดยถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติอย่างโจ่งแจ้ง เป็นการโจมตีความมั่นคงโดยตรง และเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ไม่สามารถยอมรับได้ ซึ่งคุกคามความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค

บาห์เรนยืนยันว่าดินแดนของตนถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ รวมถึงฐานทัพเรือสหรัฐฯ ด้วย

ด้านสำนักข่าว WAM ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานโดยอ้างกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายจากเศษซากที่ตกลงมา หลังจากระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังเป้าหมายในอาบูดาบี เมืองหลวงของประเทศ

กระทรวงกลาโหมระบุว่า พลเมืองชาวเอเชียเสียชีวิตหลังจากเศษซากตกลงมาในพื้นที่อยู่อาศัยของอาบูดาบี

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวในแถลงการณ์ว่า ได้สกัดกั้นขีปนาวุธจำนวนหนึ่งที่อิหร่านยิงมา โดยอธิบายว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น “การยกระดับความขัดแย้งที่อันตรายและเป็นการกระทำที่ขี้ขลาด”

เวลา 17.40 น. ตามเวลาประเทศไทย กองทัพจอร์แดนระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนสกัดกั้นขีปนาวุธสองลูกที่มุ่งเป้ามายังประเทศ

ชาวเมืองอัมมานกล่าวว่า พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นและเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศ

สำนักข่าวเอเอฟพียังรายงานว่า ขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีฐานทัพทหารอิตาลีในคูเวต ทำให้รันเวย์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

อันโตนิโอ ทาจานี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลี ยืนยันการโจมตีดังกล่าว โดยกล่าวว่าฐานทัพแห่งนี้มีทหารอิตาลีประจำการอยู่ประมาณ 300 นาย ทุกคนปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ

อิสราเอล-สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน Reuters/Stringer
ควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหลังจากได้ยินเสียงระเบิดในเมืองมานามา ประเทศบาห์เรน

กองทัพอิสราเอลแถลง

เวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลจัดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยแจ้งว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกัน ซึ่งวางแผนไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว และมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานกว่าการโจมตีเมื่อเดือน มิ.ย. 2025 มาก

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า อิหร่านเป็น “ภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวง” ต่ออิสราเอล สหรัฐฯ ภูมิภาค และโลก โดยภารกิจของอิสราเอลคือ “ลดและบั่นทอนศักยภาพของระบอบอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ” และปฏิบัติการของอิสราเอลจะดำเนินต่อไป “ตราบเท่าที่จำเป็น” เป้าหมายคือ “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีกหลายปีข้างหน้า”

เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะยืนยันหรือปฏิเสธว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี อยู่ในเป้าหมายหรือไม่ โดยกล่าวเสริมว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการโจมตีระลอกแรกของอิสราเอล

“ระบอบอิหร่านมีเลือดของคนนับหมื่นเปื้อนมือ ผู้นำจำนวนมากของพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามที่จะทำลายอิสราเอลและการวางแผนทางทหาร ดังนั้นอิสราเอลจึงสามารถเป็นเป้าหมายได้” เจ้าหน้าที่กล่าว

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าอิสราเอลตรวจพบ “การเร่งตัวอย่างมาก” ในการผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงความพยายามที่จะเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง แม้ว่าจะได้รับความเสียหายอย่างหนักเมื่อปีที่แล้วก็ตาม

“พวกเขากำลังพัฒนาขีปนาวุธหลายสิบลูกในแต่ละเดือน และอัตราการผลิตก็เร็วขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือระบอบการปกครองที่กำลังเดินหน้าไปสู่การผลิตขีปนาวุธหลายพันลูกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เป็นการขยายคลังอาวุธที่อันตรายอยู่แล้วอย่างมาก” เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าว

เจ้าหน้าที่ยังกล่าวว่า อิสราเอลได้ระดมกำลังสำรอง 70,000 นาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยทางอากาศ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ด้วย และส่งกำลังทหารไปป้องกันพรมแดนจากทุกสถานการณ์

อิหร่านยันป้องกันตัวเองโดยชอบธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน อับบาส อารักชี กล่าวว่า อิหร่านจะใช้ทุกวิถีทางทางทหารภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเองเพื่อปกป้องประเทศ

แถลงการณ์ระบุว่า อารักชีได้โทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศต่าง ๆ รวมถึงซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต บาห์เรน และอิรัก โดยแจ้งให้ทราบว่า อิหร่านจะใช้ "ขีดความสามารถในการป้องกันและทางทหารทั้งหมดภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม" เพื่อปกป้องบูรณภาพของอิหร่าน

นอกจากนี้ อารักชียัง "เตือน" ประเทศเหล่านี้ถึง "ความรับผิดชอบของพวกเขาในการป้องกันการใช้โครงสร้างและดินแดนของพวกเขาในทางที่ผิด" โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเพื่อโจมตีอิหร่าน

ต่อมาเวลา 19.34 น. อารักชีโพสต์ข้อความว่า สงครามของเนทันยาฮูและทรัมป์ต่ออิหร่านนั้นไร้เหตุผล ผิดกฎหมาย และไม่ชอบธรรมโดยสิ้นเชิง

ทรัมป์ได้เปลี่ยนนโยบาย ‘อเมริกามาก่อน’ เป็น ‘อิสราเอลมาก่อน’ ซึ่งหมายความว่า ‘อเมริกามาทีหลัง’

"กองกำลังติดอาวุธอันทรงพลังของเราเตรียมพร้อมสำหรับวันนี้แล้ว และจะสั่งสอนผู้รุกรานให้ได้รับบทเรียนที่พวกเขาสมควรได้รับ" อารักชีระบุ

จับตากลุ่มฮูตีในเยเมน

กลุ่มฮูตีในเยเมน ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศจะกลับมาโจมตีเส้นทางเดินเรือและอิสราเอลด้วยขีปนาวุธและโดรนอีกครั้ง เพื่อสนับสนุนอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮูตีซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้นำกลุ่มฮูตี บอกว่า การโจมตีอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดใน "คืนนี้"

ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้ยุติการโจมตีเส้นทางเดินเรือแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับรัฐบาลทรัมป์ที่ยุติการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อกลุ่มฮูตีด้วย พวกเขายังหยุดการโจมตีอิสราเอลหลังจากข้อตกลงหยุดยิงในเดือน ต.ค. 2025 ที่ยุติการสู้รบในฉนวนกาซา

ท่าทีผู้นำทั่วโลก

คาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เรียกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “อันตราย” และกล่าวว่าเธอได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลในเช้าวันนี้ “การปกป้องพลเรือนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก”

กระทรวงการต่างประเทศของสวิตเซอร์แลนด์กล่าวว่า “รู้สึกวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลในวันนี้” พร้อมเรียกร้องให้ “ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุด ปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน”

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล “นำตะวันออกกลางไปสู่ขอบเหวแห่งหายนะ” พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตันและเตหะราน “แสวงหาทางออกทางการทูตแทนที่จะยกระดับความขัดแย้งต่อไป”

นาตาชา ปิร์ค มูซาร์ ประธานาธิบดีสโลวีเนียกล่าวว่า เธอกำลังติดตามสถานการณ์ล่าสุด “ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง” โดยโพสต์ใน X ว่า “เรากำลังเห็นความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลาง”

กระทรวงการต่างประเทศของยูเครนกล่าวในเว็บไซต์ X ว่า “ระบอบการปกครองในเตหะรานมีโอกาสทุกอย่างที่จะป้องกันสถานการณ์รุนแรง” พร้อมเสริมว่า “เรายืนยันจุดยืนที่แน่วแน่ของเราอีกครั้ง: เราปรารถนาความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง และเสรีภาพแก่ประชาชนชาวอิหร่าน ตลอดจนเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองแก่ตะวันออกกลาง”

นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส ของออสเตรเลียกล่าวว่า ประเทศของเขา “สนับสนุนสหรัฐอเมริกาในการดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” และเขียนในเว็บไซต์ X ด้วยว่า “ออสเตรเลียยืนหยัดเคียงข้างประชาชนผู้กล้าหาญของอิหร่านในการต่อสู้กับการกดขี่”

สถานทูตอินเดียในอิสราเอลและอิหร่านแนะนำให้พลเมืองอินเดียในประเทศเหล่านั้น “ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด” หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

รัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติการโจมตีอิหร่านโดยทันที โดยกล่าวว่าสถานการณ์ต้อง "กลับคืนสู่เส้นทางของการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและการทูต"

กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียระบุว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต พร้อมที่จะเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน “รัฐบาลอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย แสดงความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการเจรจาเพื่อฟื้นฟูสภาวะความมั่นคงที่เอื้ออำนวย และหากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ประธานาธิบดีอินโดนีเซียยินดีที่จะเดินทางไปยังเตหะรานเพื่อเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย”

รัฐมนตรีต่างประเทศเบลเยียม แม็กซิม เปรโวต์ กล่าวว่า “ประชาชนอิหร่านไม่ควรต้องรับผลจากการตัดสินใจของรัฐบาล เรารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ความพยายามทางการทูตไม่สามารถนำไปสู่การเจรจาหาทางออกได้เร็วกว่านี้”

รัฐมนตรีต่างประเทศนอร์เวย์ เอสเปน บาร์ธ กล่าวว่า “อิสราเอลอธิบายว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีเชิงป้องกัน แต่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ การโจมตีเชิงป้องกันต้องมีภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาทันที”

ปากีสถาน รัฐมนตรีต่างประเทศ อิสฮัก ดาร์ “ประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีอิหร่านที่ไร้เหตุผล และเรียกร้องให้ยุติการบ escalation โดยทันที ด้วยการกลับมาเจรจาทางการทูตอย่างเร่งด่วน เพื่อหาทางออกอย่างสันติและผ่านการเจรจา”

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่า การปะทุของสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน “ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ การยกระดับความขัดแย้งในปัจจุบันเป็นอันตรายต่อทุกคน มันต้องหยุดลง”

บาดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กล่าวว่า ผิดหวังกับการโจมตีในวันนี้ “การเจรจาที่จริงจังและดำเนินอยู่ถูกบั่นทอนอีกครั้ง ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และสันติภาพโลกต่างไม่ได้รับผลดีจากเรื่องนี้ และผมขอภาวนาให้ผู้บริสุทธิ์ที่ต้องประสบกับความทุกข์ยาก ผมขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ อย่าเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้อีก นี่ไม่ใช่สงครามของคุณ”

เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated PressBBC / CNN / The Guardian

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ