เมื่อวานนี้ (22 ก.ค.59) เวลา 17.50 น. ตามเวลาเยอรมนี คนร้ายพร้อมด้วยอาวุธปืนได้บุกเข้าไปภายในศูนย์การค้าโอลิมเปีย และกราดยิงใส่ผู้คนที่อยู่ภายในห้างดังกล่าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 9 ราย จำนวนนี้รวมคนร้ายที่ตำรวจพบว่ายิงตัวเองเสียชีวิตในเวลาต่อมาใกล้กับจุดเกิดเหตุ
ฮูเบริ์ต อันเดร ผู้บัญชาตำรวจนครมิวนิค แถลงว่า เหตุกราดยิง มีคนร้ายเพียงคนเดียว แต่ยังไม่สามารถระบุชื่อได้ ทราบเพียงว่าเป็นวัยรุ่นเยอรมัน เชื้อสายอิหร่าน อายุประมาณ 18 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองมิวนิค ประมาณ 2 ปี
สำหรับสาเหตุของการลงมือยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ยังไม่ตัดประเด็นการก่อการร้าย โดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่าได้ยินคนร้ายตะโกนสรรเสริญพระเจ้าเป็นภาษาอาหรับก่อนลงมือ นอกจากนี้ ผู้บัญชาตำรวจนครมิวนิค ยืนยันว่าสถานการณ์ในพื้นที่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ด้าน นาง แองเกล่า เมอร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้เรียกประชุมรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในวันนี้ ขณะเดียวกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยความมั่นคงในเยอรมันได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น หลังเมื่อวันจันทร์เกิดเหตุวัยรุ่นซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานไล่แทงผู้โดยสารบนรถไฟขบวนหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้มีได้รับบาดเจ็บ 5 คน ซึ่งกลุ่มไอเอสได้อ้างว่าคนร้ายเป็นแนวร่วมของกลุ่มตน
ขณะที่ คุณกวี จงกิจถาวร ผู้สื่อข่าวพิเศษ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ถึงสถานการณ์ครั้งนี้ว่า เป็นแนวโน้มของการก่อความรุนแรงรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้บุคคลแค่คนเดียวในการก่อเหตุ โดยหลายคนมองว่าผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวมากับผู้ลี้ภัยลงมือก่อเหตุ แต่เหตุการณ์นี้ ลงมือโดยวัยรุ่นที่เติบโตในเยอรมันลงมือก่อเหตุ เนื่องจากความโกรธแค้นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมทั้งอาจจะถูกล้างสมองจากกลุ่มก่อก่ารร้ายผ่านการโฆษาชวนเชื่อ
ทั้งนี้สหภาพยุโรป ควรทบทวนนโยบายด้านความมั่นคงร่วมกัน เนื่องจากการเปิดรับผู้ลี้ภัยทำให้การคัดกรองบุคคลมีความยากลำบาก ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ก่อการร้ายสามารถแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุได้