นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้สัมภาษณ์ว่า มีผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามาที่ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ว่าซื้อไข่ไก่จากรถเข็นที่อยู่บริเวณจัดขายสินค้าลดราคา ซึ่งมีป้ายลดราคาสินค้าแปะอยู่ และได้มองหาวันหมดอายุที่ตัวสินค้า เมื่อไม่พบจึงลองแกะป้ายราคาออก ทำให้พบว่าป้ายลดราคานั้น แปะทับป้ายแสดงวันหมดอายุ ทั้งยังพบว่าสินค้าหมดอายุมาแล้ว 2 วัน จึงต้องการออกมาเตือนผู้บริโภคและต้องการให้ห้างฯ ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
การปิดป้ายลดราคาทับสาระสำคัญของสินค้า เช่น วันหมดอายุ อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ว่าสินค้านั้นเป็นปัจจุบัน ซึ่งสินค้าเกษตร เป็นสินค้าที่เสื่อมสภาพเร็ว ต้องมีการจัดทำฉลากที่ต้องแสดงวันผลิตและวันหมดอายุให้เป็นที่สังเกตและอ่านได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้อง จึงไม่ควรติดป้ายราคาทับป้ายดังกล่าว ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่สินค้าประเภทอาหารที่ลดราคาก็เพื่อเร่งระบายสินค้าออกสู่ผู้บริโภค การแสดงวันหมดอายุก็เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภคตัดสินใจได้ว่าจะซื้อสินค้าไปบริโภคทันหรือไม่ เป็นต้น
“ทางห้างควรออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะห้างมีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าก่อนที่จะขาย ควรมีมาตรฐานในการควบคุมสินค้า และเมื่อสินค้าหมดอายุก็ควรรีบจัดเก็บทันที เพราะถ้าผู้บริโภคซื้อสินค้าและรับประทานเข้าไปก็อาจได้รับอันตรายจากการบริโภคอาหารหมดอายุได้ ผู้บริโภครายใดซื้อสินค้าประเภทเดียวกันนี้ไปแล้ว มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยินดีให้ความช่วยเหลือดำเนินการในการเรียกร้องค่าเสียหาย”
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ระบุว่าอาหารที่ไม่ปลอดภัยคือ อาหารที่หมดอายุ ซึ่งการจำหน่ายสินค้าหมดอายุ เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 25 (4) คืออาหารที่ไม่ปลอดภัยในการบริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ