กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศประจำวันนี้ ว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากจีน แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีลักษณะอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป และอุณหภูมิจะลดลง 3 ถึง 5 องศาเซลเซียส
ภาคเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2 ถึง 3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ทางตอนบน จะมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14 ถึง 15 องศาเซลเซียส ภาคเหนือตอนล่าง อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16 ถึง 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 21 ถึง 27 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอย อุณหภูมิต่ำสุด 5 ถึง 9 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นบางแห่งกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16 ถึง18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24 ถึง 31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 ถึง 10 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส.
ขณะที่นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปีจะเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ในบางวันจะมีทั้งอากาศหนาวเย็น ร้อน และอาจมีฝนตก ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นแบบฉับพลัน หากร่างกายปรับตัวไม่ทันอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพได้ง่าย จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด และโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษและอุจจาระร่วง
ทั้งนี้ อธิบดีกรมการแพทย์แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ในกลุ่มเด็กเล็กควรกินนมแม่เป็นประจำ เนื่องจากจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ทารกแรกเกิด - 6 เดือน สำหรับผู้สูงอายุควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสม อาทิ เดิน รำมวยจีน ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ลดหวาน มัน เค็ม และรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง ในทุกมื้ออาหารจะช่วยป้องกันไข้หวัดและส่งผลดีต่อสุขภาพ และพักผ่อนให้เพียงพอ โดยสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง