วันนี้ (28 ก.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดอาวุธวิกสิตาราม พระอารามหลวง ซอยจรัญสนิทวงศ์ 72 คือ สถานที่นัดหมายของชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ในฐานะที่ปรึกษาออกแบบโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
การพบกันวันนี้ มีเป้าหมายรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย และประชาสัมพันธ์ให้พวกเขารับทราบ โดยการพบกันวันนี้ เป็นไปด้วยความราบรื่นไม่แตกต่างจากครั้งแรกที่ 2 ฝ่ายพบกันเพราะคนที่นี่ส่วนใหญ่เห็นว่า โครงการนี้จะช่วยทำให้ทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยางดงามขึ้น เมื่อได้เห็นแบบร่างที่ สจล. นำมาแสดง
แม้การรับฟังความเห็นจากชุมชนย่านจรัญสนิทวงศ์จะเป็นไปด้วยความชื่นมื่น แต่อีกหลายชุมชนก็ไม่ได้มีจุดยืนเช่นนั้น อย่างเช่น ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจย่านสะพานซังฮี้ คนที่นี่บอกว่า สาเหตุที่พวกเขาคัดค้าน เพราะผู้ควบคุมโครงการไม่เคยนำแบบร่างมาแสดงในมาตรฐานเดียวกับชุมชนที่แสดงจุดยืนเห็นด้วย เขาจึงเชื่อว่า การเลือกปฏิบัติอาจเป็นความพยายามปกปิดชุมชนที่จะได้รับผลกระทบโดยเฉพาะพื้นที่ที่จะต้องถูกไล่รื้อ เพื่อเปิดทางให้โครงการเดินหน้า ทั้งที่แนวทางเยียวยายังไม่ชัดเจน
ส่วนสาเหตุที่คนที่นี่กังวลและมั่นใจว่า จะต้องถูกไล่รื้อ เพราะเคยได้รับเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ให้เลือกระหว่างย้ายกลับภูมิลำเนากับย้ายอยู่ในสถานที่ที่ผู้ทำโครงการจัดเตรียมไว้เป็นแนวทางเยียวยา ในย่านปริมณฑลโดยมีเงื่อนไขต้องเสียค่าเช่า
รองผู้อำนวยการสำนักโยธา กรุงเทพฯ ชี้แจงว่า มาตรการเช่นนี้ จะดำเนินการกับชุมชนที่อยู่ในสถานะบุกรุก ส่วนสาเหตุที่ไม่เคยนำแบบร่างโครงการไปให้ชุมชนเหล่านี้ดู สจล.ในฐานะที่ปรึกษาเคยอธิบายไว้ว่า แบบยังไม่สมบูรณ์ และเมื่อนำเข้าไปให้ชุมชนที่มีจุดยืนคัดค้านดู ก็ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด
ทั้งนี้ โครงการถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจะดำเนินการด้วยความยาว 57 กิโลเมตร มีชุมชนที่จะได้รับผลกระทบรวม 33 ชุมชน ในจำนวนนี้มีทั้งมีจุดยืนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ไม่เฉพาะแต่ชุมชนที่อยู่ในสถานะบุกรุก เพราะประชาชนส่วนหนึ่งยังเคลือบแคลงว่า สาเหตุใดที่การดำเนินโครงการนี้ต้องเร่งรีบ ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ และมีความเสี่ยงต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการวางตอม่อที่จะทำให้ทางไหลของน้ำแคบลง และส่งผลต่อการระบายน้ำ หากมีน้ำท่วมใหญ่