นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า อีกไม่กี่วันจะถึงวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน แต่หากมีความกังวลมากในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงหรือไม่สามารถควบคุมได้ ย่อมส่งผลให้เกิดความเครียดโดยเฉพาะความคิดที่รุนแรงด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป ทำให้เกิดความเครียดหรือความโกรธขึ้นมาได้ โดยให้สังเกตว่าตนเองและคนรอบข้างเข้าข่ายเครียดสะสมจากอาการเหล่านี้หรือไม่ ได้แก่ หงุดหงิดจนเสียการงาน ไม่มีสมาธิ สับสน ว้าวุ่น นอนไม่หลับ เกิดความกังวล ตึงเครียดจากการรับข่าวสาร มีอารมณ์แปรปรวน ใส่อารมณ์กับผู้อื่น หากมีอาการเหล่านี้แนะนำให้บริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม ควบคุมการรับรู้ข่าวสารให้อยู่ในระดับที่พอดีไม่หมกมุ่นมากเกินไป นอนหลับให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบาย แบ่งเวลาให้กับครอบครัว และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่อนคลาย
"แนะนำใช้สติในการรับข้อมูลข่าวสาร พยายามควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะการโต้ตอบผ่านสังคมออนไลน์ที่มีความรวดเร็ว บางคำพูดหรือข้อความขาดการกลั่นกรอง ทำให้เกิดความขัดแย้งในวงกว้างได้และบานปลายได้ เพราะการโต้ตอบไปมาเปรียบเหมือนการปะทะ ทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น อารมณ์ก็จะยิ่งรุนแรง”
ด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิตและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า ขณะนี้คนไทยตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น การมีความเห็นที่แตกต่างกันจึงถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ซึ่งหากนำมาใช้อย่างสร้างสรรค์จะทำให้เกิดการพัฒนา ช่วยให้คนเราสามารถมองเห็นปัญหาได้ละเอียดลึกซึ้งขึ้น ทำให้มองเห็นข้อดีข้อเสียและทางเลือกของการแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้าน แต่ถ้านำความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาใช้ในทางไม่สร้างสรรค์ ย่อมก่อให้เกิดความแตกแยก อารมณ์ขุ่นมัว เกิดความไม่พอใจ ทะเลาะเบาะแว้ง ปะทะกัน ทำลายล้างกัน มีแต่ความสูญเสีย ดังนั้น การใช้สติและเรียนรู้อยู่ร่วมกับผู้ที่มีความเห็นต่างจึงมีความสำคัญ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือกลุ่มคนที่มีความเครียดสูงจากความเห็นทางการเมือง เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพทางกายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เกิดการกระทบกระทั่งนำไปสู่ความรุนแรงได้ง่าย ดังนั้น การป้องกันการเกิดปัญหาความรุนแรงที่ดีที่สุด คือ การระวังไม่ให้เกิดความเครียด โดยการบริหารเวลาในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารการลงประชามติอย่างเหมาะสม เปิดใจกว้างรับข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน เพื่อให้มีแง่มุมที่เปิดกว้างมากขึ้น ถึงแม้จะมีความเห็นต่างเราก็อยู่ร่วมกันได้
“ปรากฏการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา และมีพื้นที่ของความแตกต่างไม่มีใครคิดเหมือนกันทั้งหมด ผู้ที่มีความเห็นต่างไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเอาชนะ คิดเห็นต่างได้แต่ต้องไม่แตกแยก หากทำได้เช่นนี้ส่งผลดีต่อบ้านเมือง และเป็นการช่วยลดความเครียด ความคับข้องใจที่มีอยู่ในตัวบุคคลได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการแปลงความเครียดวิตกกังวลให้เป็นพลังสร้างสรรค์สังคมได้”