นายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะเลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 10 สิงหาคม 2559 เวลา 11.00 น. สมาคมฯ จะไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ละเลยการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุทำให้ การไปลงประชามติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม หลายประการ อาทิ
1. การไม่แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนทุกครัวเรือนอย่างทั่วถึง ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถแสดงเจตน์จำนงค์ในการใช้สิทธิได้อย่างอิสระ แตกต่างจากการลงประชามติเมื่อปี 2550 โดยชัดแจ้ง
2. การเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 โดยไม่เอาผิดกับผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนในลักษณะชี้นำการลงประชามติ เช่น นายกรัฐมนตรี ชี้นำว่าตนเองจะรับร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ข้อ เป็นต้น ส่วนผู้ที่ออกมารณรงค์คัดค้านกลับถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นต้น
3. การรีบเร่งแถลงผลของประชามติ ทั้ง ๆ ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการลงประชามติไปโดยไม่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม เช่น มีบางหน่วยเลือกตั้งมีคะแนนการลงประชามติ มากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ แต่ กกต.กลับนิ่งเฉยที่จะดำเนินการไต่สวนให้ชัดแจ้งเสียก่อน แต่กลับเร่งรีบออกมาแถลงข่าวก่อนที่จะรอให้เกิดความชัดเจนในผลของประชามติเสียก่อน
4. การจัดทำอุปรกรณ์การลงประชามติ เช่น หีบบัตร ไม่มั่นคงแข็งแรง ฯลฯ ขัดต่อประกาศของ กกต. และขัดต่อกฎหมายประชามติ แต่ก็มิได้ไต่สวน สอบสวนเอาผิดผู้กระทำการฝ่าฝืน
5. การจัดทำบัตรประชามติเพียงใบเดียว แต่มี 2 ข้อคำถาม เป็นเหตุทำให้ผู้มีสิทธิลงประชามติสับสน จนนำไปสู่การกระทำความผิดกฎหมายประชามติจำนวนมาก
เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่าเหตุต่างๆ ดังกล่าวทำให้การไปลงประชามติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ทำให้ผลของประชามติที่ออกมาผิดพลาดคลาดเคลื่อน ฯลฯ อันมีผลมาจากการกระทำและหรือการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. โดยตรง สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำต้องนำความดังกล่าวไปร้องเรียนกล่าวโทษคณะกรรมการ กกต. ต่อป.ป.ช. เพื่อไต่สวนเอาผิด และเสนอให้ศาลอาญาฯเอาผิด หรือให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ผลกระลงประชามติเป็น "โมฆะ" ต่อไป