การเดินทางเยือนจีนของนาง อองซาน ซูจี เป็นประเทศแรกนอกอาเซียน นับตั้งแต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ของเธอชนะการเลือกตั้ง ถูกจับตาจากทั่วโลกว่าเมียนมาร์และจีนจะบรรลุข้อตกลงอะไรกันบ้าง แต่แทนที่จะเปิดเผยรายละเอียด กลับมีเพียงเป็นแถลงการณ์การร่วมในภาพรวมที่ผู้นำทั้งสองให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นราวพี่น้องร่วมสายเลือด และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้า และสันติภาพบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามในมุมของคุณกวี จงกิจถาวร ผู้สื่อข่าวพิเศษ PPTV มองว่า การเดินทางเยือนของ ซูจี ประสบความสำเร็จมาก เพราะจีนให้การยอมรับ ซูจี ในฐานะผู้นำ แม้จะดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศเท่านั้น แต่ที่ทุกอย่างถูกปิดเงียบก็เพราะประเด็นหารือนั้นละเอียดอ่อน ทั้งเรื่องอนาคตโครงการเขื่อนมิตโสน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นเจรจา ผู้นำทั้งสองจึงไม่ต้องการเปิดเผยกับสื่อมากนัก โดยเฉพาะฝั่งเมียนมาร์ ที่รัฐบาลต้องรับฟังเสียงภาคประชาชน รวมถึงเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มโกก้าง ที่พูดภาษาจีน หากรัฐบาลจีนพูดอะไรผิดหรือไม่ถูกใจ อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
สำหรับโครงการความร่วมมือระหว่าง 2 ชาติ อาจยังไม่เห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม แต่เรื่องความสัมพันธ์ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีอย่างก้าวกระโดด เพราะการเดินทางเยือนจีนเป็นประเทศแรกนอกอาเซียนของซูจี นับตั้งแต่พรรค NLD ชนะการเลือกตั้ง เท่ากับว่าเมียนมาร์ยอมรับบทบาทจีนในขณะนี้ รวมถึงท่าทีของจีนในอนาคต
ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างเมียนมาร์และจีนยังส่งผลดีต่อไทย เพราะอาจจะทำให้เกิดความร่วมมือสามฝ่าย โดยเฉพาะบริเวณชายแดน ที่ทั้งสามประเทศมีชายแดนร่วมกันยาวหลายพันกิโลเมตร ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาข้ามประเทศ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ ขบวนการค้ามนุษย์ และยาเสพติด
ทั้งนี้การเดินเยือนจีนของ ซูจี ก่อนที่จะเยือนสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ทำให้ถูกมองว่าเมียนมาร์ให้ความสำคัญกับจีนมากกว่า ซึ่งคุณกวี มองว่า เป็นเช่นนั้นจริง แต่ไม่หมายความว่าเมียนมาร์ให้ค่าความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ลดลง
ดังนั้นการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในเดือนหน้าของ ซูจี จึงถือเป็นการพบปะกันของมิตรเก่าแก่ ซึ่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ รอคอย ก่อนจะพ้นวาระ และคาดว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่สิ่งที่น่าจับตาหลังจากนี้ก็คือ เมียนมาร์จะบริหารความสัมพันธ์กับยักษ์ใหญ่อย่าง จีน และ สหรัฐฯ อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ ซูจี กล่าวไว้ว่าเธอจะรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับจีนและสหรัฐฯ ให้ดีกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว