หลังนางเรวดี หาแก้ว และ นางวิไลพร รัตนะติสร้อย เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเมื่อวานนี้ว่า ถูกเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนซื้อลอตเตอรี่ 5 คู่ด้วยกัน แอบเอาสลากที่ตัวเองฝากไว้ 2 คู่ ไปขึ้นเงินโดยไม่บอกทั้งที่มีลายเซ็นกำกับไว้ด้านหลัง และ อ้างว่าไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ด้วยกันในการต่อสู้ในชั้นศาล
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า ตามข้อมูลที่มีอยู่พบว่า ผู้ถูกกล่าวหาทำเป็นขบวนการ และน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352
ส่วนพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลประเวศอัจ ชี้แจงว่า เหตุการณ์ยักยอกเงินลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ในรูปแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจทำให้การสอบสวนต้องใช้เวลา ฝั่งกองบังคับการปราบปรามจะนำหลักฐานที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ไปขอตรวจสอบลายเซ็นด้านหลัง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานตรวจสอบ
นอกจากความคืบหน้าในทางคดีที่ต้องติดตามกัน หลังผู้เสียหายถูกโกงลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ออกมาปรากฎตัวเพื่อขอความเป็นธรรม มีคำถามว่า การเขียนชื่อลงด้านหลังสลากกินแบ่งฯ จะมีผลต่อการอ้างสิทธิ์เป็นเข้าของสลากกินแบ่งฯ ในทางกฎหมายหรือไม่ เรื่องนี้อาจจะต้องรอการตีความ เพราะถือเป็นคดีที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ที่ชัดเจนแล้ว คือ ระบบของสำนักงานสลากกินแบ่งฯที่ในทางปฏิบัติของการจ่ายเงินรางวัล จะไม่สนใจชื่อด้านหลังสลากฯ
คดีโกงสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 หากพิจารณาจากลำดับเหตุการณ์ หลักฐานสำคัญ คือ สลากกินแบ่งที่ปรากฎชื่อของผู้เสียหายอยู่ด้านหลัง คือ นางเรวดี หาแก้ว ซึ่งได้เขียนชื่อและฝากไว้กับผู้ถูกกล่าวหา ที่เป็น 1 ใน 3 ของหุ้นส่วน
หลังรู้ว่าเลขที่หุ้นกันซื้อตรงกับรางวัลที่ 1 ของงวดนั้น และได้ทวงถามกับหุ้นส่วนที่เก็บสลากกินแบ่งไว้ หุ่นส่วนคนนี้ก็คือ ผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธว่า เลขที่หุ้นกันซื้อไม่ตรงกับรางวัลที่ 1 ของงวดวันที่ 1 เมษายน 2559 คือ “066720”
จากนั้นนางเรวดี และนางวิไลพร รัตนะติสร้อย หุ้นส่วนและผู้เสียหายอีกคนหนึ่งที่เผชิญอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ก็ได้เข้าแจ้งความข้อหายักยอกสลากกินแบ่งฯรางวัลที่ 1 ก่อนที่ผู้ถูกกล่าวหาจะจ้างทนายความต่อสู่คดี และปรากฎข้อมูลว่า ได้ใช้คนรู้จักนำสลากกินแบ่งไปแลกเงินรางวัลกับสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ครั้งละ 1 คู่
มาถึงจุดนี้ มีคำถามสำคัญว่า คนที่ไม่ได้ปรากฎชื่ออยู่ด้านหลังสลากฯ สามารถนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปแลกรางวัลได้หรือไม่ และผู้ที่มีชื่อปรากฎจะเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ความชัดเจนเรื่องนี้ว่า ระบบการรับแลกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่ง จะตรวจสอบความถูกต้องของสลากกินแบ่งฯที่นำมาขึ้นรางวัลให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบเป็นหลัก โดยไม่สนใจชื่อที่เขียนไว้ด้านหลัง เพราะในทางปฏิบัติก็มีร้านค้ารับซื้อรางวัลจากเจ้าของสลากฯ นำสลากกินแบ่งฯมาแลกเงินกับสำนักงานสลากฯ เป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่า สำนักงานสลากฯ ไม่สามารถเยียวยาผู้เสียหายกรณีนี้ได้ เนื่องจากไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่สำนักงานสลากฯ
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า รูปแบบการหุ้นกันซื้อและยักยอกสลากกินแบ่งลักษณะนี้ ไม่เคยเกิดในเมืองไทยมาก่อน จากนี้จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา และฝากไปยังบรรดานักเสี่ยงโชคให้ระมัดระวังตัวเองไม่ให้ถูกฉ้อโกง อย่างไรก็ตามสำนักงานสลากฯ พร้อมร่วมมือ สนับสนุนหลักฐานเพื่อช่วยตำรวจในการคลี่คลายคดี