วันนี้ (9 ก.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิคมโรคเรื้อนแม่ลาวแห่งนี้มีพื้นที่รวม 6,456 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ที่รัฐได้กันไว้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ป่วยโรคเรื้อนเมื่อปี 2478 หรือกว่า 80 ปีมาแล้ว ปัจจุบันยังเหลือสมาชิกที่มีชีวิตอยู่ 110 คน พร้อมลูกหลานที่ปลูกบ้านเรือนและทำกินในพื้นที่ดังกล่าว จนชุมชนขยายตัวกลายเป็นหมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน มีประชากรรวม 500 กว่าคน
โดยในปี 2555 กรมควบคุมโรคได้โอนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ดูแล เริ่มมีการเก็บค่าเช่าที่ดินจากผู้อยู่อาศัย และยื่นข้อเสนอว่าผู้ป่วยคนไหนย้ายออกจากนิคมแม่ลาว ก็จะได้รับค่าอาหาร ค่าสงเคราะห์ และเบี้ยผู้สูงอายุ เพิ่มเติมจากเงินช่วยเหลือที่ได้จากมูลนิธิประชาราช ที่เดิมได้อยู่เดือนละ 4,500 บาท ทำให้สมาชิกนิคมกังวลว่านี่เป็นความพยายามที่จะยุบนิคม และกลัวว่าจะกระทบถึงสิทธิการอยู่อาศัยของครอบครัวตนเองและลูกหลาน ที่ผ่านมาเคยยื่นร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี ทหาร ศูนย์ดำรงธรรม แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ซึ่งที่ประชุมมีมติว่าจะมีการจัดทำเป็นหนังสือร้องทุกข์และจะยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาแก้ปัญหาอีกครั้ง