นาย โรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ พูดขึ้นระหว่างพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของข้าราชการใหม่ว่า ตนไม่อยากขัดแย้งกับรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ทหารอเมริกันต้องออกไปจากเกาะมินดาเนา โดยผู้นำฟิลิปปินส์ ให้เหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้ว่า ทหารอเมริกันอาจจะตกเป็นเป้าของกลุ่มก่อการร้าย อาบูไซยาฟ ในพื้นที่ได้ ซึ่งกลุ่มดังกล่าวมักจะจับตัวชาวต่างชาติไปเรียกค่าไถ่
ด้านนายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ยังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ จากกรณีดังกล่าว แต่ยืนยันสหรัฐฯ จะยังคงเป็นพันธมิตรกับฟิลิปปินส์
แถลงการณ์ของผู้นำฟิลิปปินส์เป็นความคืบหน้าล่าสุด หลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว ที่มีเหตุการณ์ที่กระทบต่อความสัมพันธ์ ฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ แทบทุกวัน
ตั้งแต่ ดูเตอร์เต้ เตือน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ไม่ให้ถามตนเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสงครามกวาดล้างยาเสพติด และหลุดปากต่อว่าผู้นำสหรัฐว่าเป็นลูกโสเภนี จนทางสหรัฐฯ ยกเลิกการประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองไป หลังจากนั้น ดูเตอรเต้ ก็ได้พูดโจมตีว่าประเทศที่ล่าอาณานิคมได้เข่นฆ่าบรรพบุรุษชาวฟิลิปปินส์ พร้อมกับไม่เข้าร่วมประชุมอาเซียน-สหรัฐ
ขณะที่ ทหารอเมริกันถูกส่งเข้าไปประจำการทางภาคใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่ปี 2002 เพื่อฝึกทหารฟิลิปปินส์ในการสู้รบกับกลุ่มอาบูไซยาฟ อย่างไรก็ตาม โครงการฝึกทหารถูกยกเลิกไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสหรัฐฯ ก็ทยอยถอนกำลังเจ้าหน้าที่จากเดิม 1200 นาย เหลือเพียงกำลังพลเล็กๆ เพื่อดูแลระบบโลจิสติกและให้การสนับสนุนเชิงเทคนิค