กองทัพสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบไปประจำการที่ฐานทัพอากาศมูวาฟฟัก อัล-ซอลติ (Muwaffaq al-Salti) ของจอร์แดน เพื่อเป็นการสร้างระบบป้องกันแบบหลายชั้น หลังจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มตึงเครียดสูงขึ้น
โดยมีทั้งเครื่องบินบินขับไล่หลบหลีกเรดาร์ เอฟ-35 เอ ไลต์นิงทู (F-35A Lightning II) จำนวน 18 ลำ เครื่องบินขับไล่ เอฟ-15 อี สไตรก์อีเกิล (F-15E Strike Eagle) จำนวน 20 ลำ เครื่องบินโจมตีเอ-สิบ ธันเดอร์โบลต์ทู (A-10 Thunderbolt II)
นอกจากนี้ยังเป็นการประจำการเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 สัญชาติอเมริกันที่มากที่สุดของฐานทัพอากาศมูวาฟฟัก อัล-ซอลติ นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ใช่การสับเปลี่ยนกำลังตามวงรอบทั่ว ๆ ไป แต่เป็นการเคลื่อนย้ายเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ของสหรัฐเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างใหม่ทั้งหมด มากกว่าเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนชั่วคราวตามสถานการณ์ภายใต้หลักปฏิบัติของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ
ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่าเครื่องบินขับไล่ F-35 หลายลำได้บินเข้าใกล้พื้นที่สำคัญ ๆ ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันภัยคุกคามจากระบบขีปนาวุธของอิหร่าน และเป็นการย้ำเตือนว่าการมอบหมายให้ฝูงเครื่องบินหลบหลีกเรดาร์รับผิดชอบภารกิจในส่วนหน้าคือการส่งสัญญาณให้รัฐบาลอิหร่านรับรู้ว่าสหรัฐฯ สามารถโจมตีในเชิงลึกได้
โดยก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน สหรัฐฯ ได้ตัดสินใจส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) เรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่สุดของโลก เข้าเสริมทัพกองเรือรบในตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มแรงกดดันอิหร่านให้รับข้อตกลงนิวเคลียร์
เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด จะร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีที่ร่วมปฏิบัติการ ซึ่งประจำการอยู่ในภูมิภาคมากกว่า 2 สัปดาห์แล้ว โดยมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ เตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่อาจกินเวลาหลายสัปดาห์
ส่วนการเจรจาครั้งที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในประเด็นการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ที่สถานทูตโอมานในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้สิ้นสุดลงลงแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ใช้เวลาพูดคุย 3 ชั่วโมงครึ่ง
ตัวแทนฝ่ายอิหร่านเปิดเผยว่าการพูดคุยในครั้งนี้ มีความสร้างสรรค์มากกว่าการพบกันครั้งก่อน เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาในประเทศโอมาน โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแนวทางทั่วไป (general guiding principles) ที่เป็นการปูทางไปสู่การเจรจาด้านนิวเคลียร์รอบต่อ ๆ ไป
สำหรับการพูดคุยระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่นครเจนีวา มีโอมานทำหน้าที่เป็นชาติตัวกลาง
เนื้อหาหลักของการพูดคุย คาดว่าจะเป็นการวางเงื่อนไขให้รัฐบาลอิหร่านต้องจำกัดโครงการพัฒนานิวเคลียร์ โดยมีองค์กรด้านดังกล่าวของสหประชาชาติคอยตรวจสอบ