วันนี้ (14 ก.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคารลักษณะคล้ายโกดังขนาดใหญ่ ในซอยลาดพร้าว 64 คือที่ตั้งของบริษัท แกรนด์ไลน์ อินโนเวชั่น จำกัด ผู้ชนะการประกวดราคา เรือตรวจการณ์ ของสำนักเทศกิจ กทม. ราคากว่า 26 ล้านบาท ซึ่งในซอยเดียวกัน ห่างไปไม่ถึง 1 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ บริษัท ริเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หนึ่งในบริษัท ที่มีเอกสารชัดเจนว่า กทม.ใช้อ้างอิงเป็นแหล่งที่มาของราคากลางในการซื้อเรือตรวจการณ์ และเป็นบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับ กทม.มาแล้วหลายโครงการ ทั้งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรียลลิงค์ และเครื่องสูบน้ำแบบลากจูง รวมถึงเขื่อนกันน้ำท่วม
เอกสารการจดทะเบียนยังเห็นชัดเจนว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ ของทั้งสองบริษัท มีนามสกุลเดียวกัน ขณะที่ เมื่อเช้าวันนี้ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ นำเอกสารส่งให้ ป.ป.ช.และ สตง. พร้อมตั้งคำถามว่า ความสัมพันธ์ของผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 2 บริษัท มีผลต่อการประกวดราคาหรือไม่
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า บริษัทแกรนไลน์ อินโนเวชั่น จัดตั้งเพื่อจำหน่ายอุปกรณ์สูบน้ำ เมื่อปี 2553 เริ่มแรกมีวัตถุประสงค์ในหนังสือบริคณห์สนธิ 70 ข้อ และเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2557 เพิ่มเป็น 94 ข้อ โดยในข้อที่ 94 ระบุว่า ประกอบกิจการค้า จำหน่าย ยานพาหนะเรือทุกประเภท รวมทั้ง รับจ้าง รับเหมา ติดตั้ง ซ่อมแซม และการเพิ่มวัตถุประสงค์ข้อนี้ เกิดขึ้นประมาณ 3 เดือน ก่อนที่ กทม.จะออกขอบเขตงาน หรือทีโออาร์ จัดซื้อเรือตรวจการณ์
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูในทีโออาร์ ก็น่าสนใจว่า ไม่มีคุณสมบัติของผู้รับเหมาข้อไหนเลย ที่ระบุว่า ต้องมีประสบการณ์ หรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรือ