ธวัชชัย อนุกูล “ถูกผู้อื่นทำให้ตาย” ยังไม่สรุปเป็น “ฆาตกรรม”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้ จนถึงวันนี้ มีคำแถลงจากสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องออกมาเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของ “นายธวัชชัย อนุกูล” และสร้างความสับสนพอสมควร เมื่อตำรวจใช้คำว่า นายธวัชชัย “ถูกผู้อื่นทำให้ตาย” แต่ยังไม่สรุปว่า ถูกฆาตกรรมหรือไม่

 

ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง ต้องแถลงให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งเมื่อเช้านี้ เกี่ยวกับคำว่า “ถูกผู้อื่นทำให้ตาย” หลังจากเย็นวันที่ 21 กันยายน เขาแถลงด้วยข้อความนี้ และถูกตีความว่า ทำไม ไม่ใช้คำว่า ฆาตกรรม

เรื่องนี้ ต้องทำความเข้าใจ ด้วยการแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ สำนวนการชันสูตรพลิกศพ และสำนวนคดีอาญา สำนวนการชันสูตรพลิกศพ คือ หาสาเหตุการตาย ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบสวน ดังนั้นกระบวนการชันสูตรทางนิติเวช จะบอกแค่สาเหตุการตายทางกายภาพ ส่วนในสำนวนคดีอาญา จะประกอบกับกระบวนการสืบสวนสอบสวน เพื่อหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตาย

ถ้าการตาย เกิดขึ้นโดยผิดธรรมชาติ ศพของผู้ตายจะต้องส่งไปชันสูตรพลิกศพ เพราะการตายโดยผิดธรรมชาติ จะเป็นคดีความ ซึ่งอาจกลายเป็นคดีฆาตกรรม

ตัวอย่างที่ต่างกันระหว่าง สำนวนการชันสูตรพลิกศพ กับสำนวนคดีอาญา เช่น “ตายเพราะศีรษะฟาดกับของแข็ง” กระบวนการของนิติเวช จะไม่บอกว่า ใครฟาด ฟาดกับอะไร

แต่ในสำนวนคดีอาญา พนักงานสอบสวน จะต้องหาสาเหตุ “ที่ศีรษะ ไปฟาดกับของแข็ง” หรือ “ของแข็งอะไร ที่มาฟาดศีรษะ ล้มไปฟาดเอง หรือ ถูกผู้อื่นฟาด ดังนั้น “สาเหตุการตาย” ที่ พ.ต.อ.มานะ แถลง “ถูกผู้อื่นทำให้ตาย” จึงยังเป็นเฉพาะ สำนวนการชันสูตรพลิกศพ ยังไม่รวม สำนวนคดีอาญาว่า การถูกทำให้ตาย เกิดจาก “เจตนาฆ่า” หรือไม่

ผลชันสูตรศพ ธวัชชัย อนุกูล พบ “ตับแตก” หากดูจากผลชันสูตรศพสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สรุปว่าถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ยืนยันว่า การช่วยชีวิตทุกขั้นตอนถูกต้องไม่ทำให้ซี่โครงหัก น่าสนใจว่าคำชี้แจง 2 ฝ่าย ย้อนแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด

วินาทีช่วยชีวิตนายธวัชชัย อนุกูล ตั้งแต่การปั๊มหัวใจ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึง โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เป็นเงื่อนงำที่ต้องพิสูจน์ว่า การเสียชีวิตเกิดจากกรณีนี้หรือไม่ หลังผู้กำกับ สน.ทุ่งสองห้อง ระบุว่า “ถูกผู้อื่นทำให้ตาย” ใบแจ้งตาย สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ วันที่ 31 สิงหาคม ระบุว่า ช่องท้องของนายธวัชชัย ถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก จนทำให้ “ตับแตก” ล่าสุด ผู้กำกับ สน. ทุ่งสองห้อง บอกว่า ผลชันสูตรศพนายธวัชชัย เชิงลึก พบ ซี่โครงหักแต่มีส่วนทำให้ตับแตกหรือไม่ ยังไม่ถูกเปิดเผย

เมื่อผลชันสูตรศพนายธวัชชัย พบ “ซี่โครงหัก” อาจเป็นเหตุทำให้ตับแตกหรือไม่ พลตรีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ชี้แจงทันที ตั้งแต่ขั้นตอนการรับตัวผู้ป่วย ผลเอ็กซเรย์ ที่พบว่า “ไม่มีซี่โครงหัก” สอดคล้องกับทีมแพทย์ที่ทิ้งท้ายหลังให้ปากคำเมื่อวันที่ 13 กันยายน

แม้ผลชันสูตรศพนายธวัชชัย อนุกูล พบ “ตับแตก และ ซี่โครงหัก” ยังไม่ถูกเฉลยว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่แน่นอนว่า ผลการชันสูตรพลิกศพรอบนี้ ได้ผลว่าการเสียชีวิตเกิดจากการ “ถูกผู้อื่นทำให้ตาย” ส่วนจะถูกฆาตกรรม หรือไม่ เจตนาเป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนไขปริศนา ที่สำคัญทำไมผลต่างจากรอบแรก ที่สถาบันนิติเวชวิทยา เคยแถลงว่า นายธวัชชัย ตาย เพราะขาดอากาศหายใจ

น่าสนใจว่า ผลการชันสูตร ที่เปิดเผยภายหลังนี้ อ้างอิง จากช่วงเวลาที่หมดลมหายใจ ในห้องขัง DSI หรือ ช่วงเวลาที่หมดลมหายใจ หลังความพยายามช่วยชีวิตที่โรงพยาบาล

ภาพนี้ ถูกเปิดเผยโดย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นภาพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ DSI พยายามปั๊มหัวใจ (CPR) เพื่อช่วยชีวิตนายธวัชชัย ตั้งแต่ในห้องขังของ DSI ก่อนที่หน่วยแพทย์กู้ชีพ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ จะมาถึง และทำ CPR อีกรอบที่ห้องขัง

โดยหลักการทั่วไป หน่วยกู้ชีพจะทำ CPR ก็ต่อเมื่อ ผู้ป่วย ไม่มีชีพจรแล้วเท่านั้น  ดังนั้น การที่แพทย์กู้ชีพ ตัดสินใจทำ CPR “ย่อมหมายความว่า เมื่อไปพบนายธวัชชัย ที่ห้องขัง DSI นายธวัชชัย เสียชีวิตไปแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนจะกู้ลมหายใจกลับคืนมาได้” พยาบาล ที่เข้าไป ยังยืนยันว่า รปภ.ของ DSI ที่ทำ CPR ในวันนั้น วางตำแหน่งมือถูกต้อง ไม่น่าจะเป็นเหตุให้ “ตับแตก” ได้

หลังถูกทำให้ฟื้น นายธวัชชัย ถูกช่วยเหลือ โดยใช้เวลาอีกราว 5 ชั่วโมง ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แต่ไม่สำเร็จ ครั้งนี้ เขาหมดลมหายใจไปตลอดกาล ระหว่างที่อยู่ที่โรงพยาบาล มีคำยืนยันตลอดว่า นายธวัชชัย ซี่โครงไม่หัก และนี่เป็นการเสียชีวิตครั้งที่ 2

แต่ผลชันสูตรพลิกศพ ที่เปิดเผยออกมาในวันนี้ ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง บอกว่า นายธวัชชัย ซี่โครงหัก ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า มาจากการทำ CPR แต่ยังไม่สรุปว่าเกี่ยวข้องกับอาการตับแตกหรือไม่

จะเห็นได้ว่า ผลชันสูตรที่ถูกเปิดเผยออกมา 2 รอบ ให้ผลที่ต่างกัน หรืออย่างน้อย ก็ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า “ต่างกัน”  วันที่ 31 สิงหาคม 2559 สถาบันนิติเวชวิทยา แถลง นายธวัชชัย อนุกูล ตายเพราะขาดอากาศหายใจ มีร่องรอยการรัดคอ มีเลือดออกในช่องท้อง หรือ ตับแตกนั่นเอง เป็นที่มาของข้อสงสัยทั้งปวง ว่า ถ้านายธวัชชัย ผูกคอตาย ทำไมมีอาการตับแตกด้วย จึงนำมาสู่การหาข้อเท็จจริงทั้งหมด

วันนี้ 22 กันยายน ผลที่บอกว่า เป็นผลตรวจละเอียดของสถาบันนิติเวชวิทยา กลับบอกว่า นายธวัชชัย ซี่โครงหัก และถูกผู้อื่นทำให้ตาย โดยมีคำอธิบายเชื่อมโยงไปว่า ซี่โครงหัก อาจมาจากการทำ CPR ถ้าฟังจากคำแถลงวันนี้ เหมือนจะไปยึดว่า หาสาเหตุการตาย หลังจากที่ผ่านความพยายามช่วยชีวิต ซึ่งแน่นอนว่า

“เป็นการเลี่ยง ที่จะอ้างอิงถึง เหตุการณ์แรก ที่เกิดขึ้นในห้องขัง DSI สาเหตุแรก ที่เขาเสียชีวิต จนต้องเรียกหน่วยแพทย์มา” จึงเกิดคำถามว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ ผลชันสูตรที่แถลงมา อ้างอิงจากการตาย ครั้งไหน กันแน่

ข้อนี้สำคัญ เพราะความสับสน อาจทำให้เกิดความเข้าใจไปได้ว่า เมื่อมีคำว่า “ถูกทำให้ตาย” ก็สามารถ ตัดประเด็น “ฆ่าตัวตาย” หรือ “ผูกคอตาย” ทิ้งไปได้แล้ว แต่อย่างที่เราตั้งข้อสังเกต หากหาสาเหตุการตายครั้งหลัง มุ่งไปที่ การตายที่โรงพยาบาลจริง ก็จะทำให้ “สาเหตุการตายในห้องขัง” ตั้งแต่แรก ถูกตัดออกไป ทั้งที่เป็นปริศนาแรก เป็นโจทย์แรกที่ต้องการคำตอบ

ดังนั้น หากดูเฉพาะ สำนวนการชันสูตรพลิกศพ ที่เห็นขณะนี้ หากไม่ได้หาสาเหตุการตายในห้องขัง DSI ก็ยังบอกไม่ได้ว่า “ธวัชชัย อนุกูล” ไม่ได้ฆ่าตัวตาย” หรือ “ไม่ได้ผูกคอตาย” และบอกไม่ได้เช่นกันว่า “ไม่ได้ถูกฆาตกรรมในห้องขัง” เพราะไม่ได้หาสาเหตุการตายในห้องขัง และ “ใคร” ผูกคอ หรือ รัดคอ ธวัชชัย อนุกูล ก็จะไม่ได้ถูกหาคำตอบ จึงต้องจับตาดูอย่างจริงจัง ในสำนวนคดีอาญา ที่กำลังสอบสวนอยู่ ว่าจะมีคำตอบนี้ หรือไม่

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ