การโต้อภิปราย หรือ ดีเบต ระหว่างผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รอบแรก จะเป็นโอกาสที่ผู้สมัครทั้งสองจะชิงไหวชิงพริบ และเรียกคะแนนนิยมเพิ่มให้กับตัวเอง โดยการดีเบตจะแบ่งออกเป็น 6 ช่วง ช่วงละ 15 นาที ซึ่งหัวข้อที่จะมีการอภิปรายกันในวันพรุ่งนี้ ได้แก่ ทิศทางของอเมริกา การก้าวไปสู่ความรุ่งโรจน์ และการทำอเมริกาให้ปลอดภัย ทั้งนี้ ผู้สมัครทั้งสองคนจะผลัดกันพูดในหัวข้อต่างๆ คนละ 2 นาที ก่อนจะโต้ตอบซึ่งกันและกัน
คู่อภิปรายในครั้งนี้ฝั่งพรรคเดโมแครต นางฮิลลารี่ คลินตัน เป็นตัวแทนที่เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์ นอกจากจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศมาสองสมัยแล้ว เธอยังทุ่มเทเตรียมตัวเพื่อการดีเบตครั้งนี้อย่างมาก
ขณะที่ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไม่ได้เป็นนักการเมือง เอาชนะคู่แข่งในการเลือกตั้งขั้นต้นมาด้วยคารมที่เป็นอาวุธและความสามารถในการเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ แต่รายงานข่าวระบุว่าเขาแทบไม่ได้ซ้อมดีเบตครั้งนี้เลย
หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ คาดว่าทางฝั่งของนางฮิลลารี่ จะพยายามล่อให้ทรัมป์พลาด และมีปฏิกิริยาที่ก้าวร้าว เพื่อสะท้อนให้ผู้ชมชาวอเมริกันเห็นว่าเขาไม่เหมาะที่จะเป็นประธานาธิบดี
แต่ทรัมป์ได้รับอานิสงฆ์จากเรื่องปัญหาสุขภาพของนางฮิลลารี่ ทำให้เขามีคะแนนเพิ่มขึ้นไม่น้อยและยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ได้การสนับสนุนจากนักการเมืองร่วมพรรคเพิ่มขึ้นในที่สุด อย่าง นายเท็ด ครูซ ที่ฟาดฟันกับทรัมป์มาอย่างหนักหน่วงในการเลือกตั้งขั้นต้น ถึงขนาดถูกทรัมป์ด่ากระทบบิดา แต่ในที่สุด ครูซก็ยอมออกมาประกาศสนับสนุนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
แม้การโต้วาทีจะเป็นการทดสอบสำคัญของความสามารถผู้สมัครแต่ละคน แต่ก็ไม่มีกฏที่ห้ามการเล่นนอกเกม เช่น การเชิญแขกพิเศษมานั่งแถวหน้าเพื่อกดดันอีกฝ่าย
โดยทางทีมหาเสียงของนางฮิลลารี่ มีข่าวว่าจะเชิญ มาร์ก คิวบัน มหาเศรษฐีคู่ปรับเก่าของทรัมป์ในวงการโทรทัศน์ ซึ่งก็ทำให้ทรัมป์ตอบโต้ทันที ว่าจะเชิญ เจนนิเฟอร์ ฟลาวเวอร์ อดีตคนรักของนายบิล คลินตัน สามีของนางฮิลลารี่ มานั่งข้างๆ เขาด้วยเสียเลย