ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 กำลังเคลื่อนที่เข้าเสริมกำลังในตะวันออกกลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่านให้รับข้อตกลงนิวเคลียร์ เผยการเปลี่ยนแปลงอำนาจในเตหะรานอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอำนาจในอิหร่านน่าจะเป็นสิ่งดีที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ ในขณะที่รัฐบาลวอชิงตันกำลังพิจารณาว่าจะเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่อรัฐบาลเตหะรานหรือไม่
ถ้อยแถลงดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นหลังจากผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับการผลักดันให้ยุติการปกครองของผู้นำศาสนาอิสลามในอิหร่าน โดย "ทรัมป์" ระบุว่า ตลอด 47 ปี อิหร่านเอาแต่พูด แต่ไม่มีการกระทำ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา “ทรัมป์” กล่าวว่า ลำดับความสำคัญสูงสุดของตนเองคือให้อิหร่านลดขนาดโครงการนิวเคลียร์ลงอีก แต่ล่าสุดได้กลับมาเปลี่ยนท่าทีว่านั่นเป็นเพียงหนึ่งในหลายเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านยอมรับ
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ แต่ก่อนสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอล – อิหร่านในเดือนมิถุนายนปีที่แล้วนั้น เตหะรานได้เสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมถึงระดับความบริสุทธิ์ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเหลืออีกเพียงขั้นตอนทางเทคนิคสั้น ๆ ก็จะถึงระดับที่ใช้ผลิตอาวุธได้
“ทรัมป์” ยังระบุด้วยว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด” (USS Gerald R. Ford) เรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเคลื่อนที่ออกจากทะเลแคริบเบียนมุ่งหน้าไปยังน่านน้ำในตะวันออกกลางเพื่อสมทบกกับเรือรบและกำลังทหารอื่น ๆ ที่วอชิงตันได้เสริมกำลังไว้ในภูมิภาคนี้
เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด จะร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีที่ร่วมปฏิบัติการ ซึ่งประจำการอยู่ในภูมิภาคมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว และก่อนหน้านี้ กองกำลังสหรัฐฯ ได้ยิงโดรนอิหร่านตก หลังเข้าใกล้เรือลินคอล์นในวันเดียวกับที่อิหร่านพยายามหยุดเรือที่ติดธงสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ
แผนการส่งกำลังดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ “ทรัมป์” กล่าวว่า การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านใกล้จะเกิดขึ้น และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ได้ภายในเดือนหน้า อย่างไรก็ตาม การเจรจานั้นไม่ได้เกิดขึ้น ในขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของรัฐบาลเตหะรานเดินทางไปโอมานและกาตาร์ในสัปดาห์นี้ และมีการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านคนกลางของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดที่พุ่งสูงในภูมิภาคสร้างความกังวลให้กับบรรดาชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่ออกมาเตือนว่าการโจมตีใด ๆ อาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาคอีกครั้ง ในขณะที่ตะวันออกกลางยังคงเสียศูนย์จากสงครามระหว่างอิสราเอล – ฮามาสในฉนวนกาซา