วันนี้ (30 ก.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมือง จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในด่านฯ ร่วมกันตรวจเข้มรถทุกชนิดและผู้โดยสารที่เดินทางมาจาก สปป.ลาว พร้อมนำรูปภาพคนร้ายที่ร่วมกันปล้นเงินไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบผู้โดยสารที่อาจปะปนมากับผู้โดยสารขาเข้า
นางจันสะหมอน บุนปะเสิด ชาวลาวให้เบาะแสคนร้ายว่า เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา คนร้ายซึ่งเป็นชาวโคลัมเบีย 3 คน อายุประมาณ 30 ปี สูง170 ซม. 1 ในนั้น มีลายสักอยู่ที่แขนซ้ายและขาด้วย
ทั้งหมด ร่วมกันวางแผน และแบ่งหน้าที่กัน คนหนึ่งติดตามผู้เสียหาย เมื่อเห็นเป้าหมายเบิกเงินเสร็จ ก็ส่งสัญญาณให้คนร้ายคนที่ 2 ที่อยู่ด้านนอกเจาะยางรถผู้เสียหายจนแบน เมื่อผู้เสียหายเข้าไปนั่งที่รถ คนร้ายคนที่ 2 จะทำทีเป็นพลเมืองดีไปบอกว่ายางรถแบน เมื่อผู้เสียหายลงจากรถเพื่อเปลี่ยนยาง คนร้ายคนที่ 2 จะชวนพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและให้คนร้ายคนที่ 3 แอบขโมยเงินจำนวน 35,661 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,069,830 บาท ที่เพิ่งถอนมาและวางไว้ในรถ หนีขึ้นรถกระบะยี่ห้อ ฟอร์ด สีขาว ป้ายขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3761 กำแพงนคร ขับหลบหนีไป
ซึ่งจังหวะนั้น มีพลเมืองดีพยายามขับรถไล่ติดตาม แต่ก็ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิงขู่จึงหลบหนีไปได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนลาวแตกตื่นเป็นอย่างมากเพราะเกิดกลางวันแสกๆ กลางเมืองหลวงที่มีคนพลุกพล่าน นับเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกครั้งประวัติศาสตร์ของ สปป.ลาว
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า รถยนต์คันที่คนร้ายนำมาก่อเหตุเป็นรถเช่าของบริษัทรถเช่าเอเซีย อยู่ที่บ้านเชียงยืน นครหลวงเวียงจันทน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวเจ้าของรถเช่ามาสอบสวนอย่างละเอียดพร้อมออกไล่ล่าอย่างกระชั้นชิดเพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายแต่จนขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้