ครอบครัว “แพะ” ร้องนายกฯ ขอรื้อคดี หวังจับคนร้ายตัวจริงมายืนยัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่ชื่อ “สุพัฒน์ หล้าปุย” ถูกนำเสนอผ่าน PPTV ไปแล้ว เกี่ยวกับความลำบากของครอบครัวที่ “ลูกชาย” ถูกจับฐานฆ่าคนตาย แต่ถูกรื้อคดีโดยกระทรวงยุติธรรม ที่พบหลักฐานใหม่ ว่าเขาเป็น “แพะ” ล่าสุด ครอบครัวนี้ ต้องมายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล และกองปราบปราม หลังศาลปฏิเสธคำขอของกระทรวงยุติธรรม ทำให้ไม่สามารถรื้อฟื้นคดีได้

น้ำตาของ “นางทองเลื่อน หล้าปุย” ไหลออกมาทุกครั้ง เมื่อเธอต้องเล่าเรื่องราวของ “สุพัฒน์ หล้าปุย” ลูกชายของเธอ ที่ต้องเข้าไปที่ไปใช้ชีวิตในเรือนจำคลองไผ่ จังหวัดนครราชสีมา มาเกือบ 2 ปีแล้ว จากคดี “ฆ่าคนตาย” ที่ศาลฎีกา ตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต

ทุกคนในครอบครัว มั่นใจว่า “สุพัฒน์” ตกเป็นแพะรับบาป เพราะในช่วงเวลาเกิดเหตุ มีพยานหลานคน ที่ยืนยันได้ว่า “สุพัฒน์” อยู่ในงานผ้าป่าสามัคคี และอยู่ในเขตรั้ววัด แต่เหตุฆ่ากันตาย อยู่นอกเขตวัด ห่างจากรั้วไกลถึง 100 เมตร

ทองเลื่อน หล้าปุย เสียน้ำตาอีกครั้งในวันนี้ วันที่ครอบครัวของเธอ เดินทางจากขอนแก่นมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งสารความเดือดร้อนที่ครอบครัวได้รับไปถึงนายกรัฐมนตรี 

เพราะความพยายามขอรื้อฟื้นคดีอาญา ที่เป็นความหวังแรกเพื่อทวงความเป็นธรรมให้ลูกชายต้องล้มเหลว หลังศาลปฏิเสธคำขอรื้อคดีของกระทรวงยุติธรรม ที่เข้ามาช่วยรวบรวมพยานหลักฐานใหม่ ความหวัง ที่เป็นแสงสว่างเพียงเล็กน้อย จึงมืดมิดลงอีกครั้ง

ศาลฎีกา ปฏิเสธคำขอรื้อฟื้นคดีอาญา เพราะไม่เชื่อหลักฐานและพยานใหม่ของกระทรวงยุติธรรม แต่ก็ยังพอมีช่องทาง จากข้อความที่ศาลบอกว่า ให้จับคนร้ายตัวจริงมาขึ้นศาลให้ได้แต่อำนาจการจับกุม เกินขอบเขตหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และประชาชนธรรมดาอย่างครอบครัวหล้าปุย ก็ไม่สามารถทำได้ ความหวังสุดท้าย ครอบครัว “หล้าปุย” จึงเลือกวิธีสู้ด้วยตัวเอง เริ่มจากเดินหน้าตามหาคนร้ายตัวจริง ส่งสารถึงนายกรัฐมนตรี และตำรวจ เพื่อช่วยนายสุพัฒน์ให้ได้รับอิสรภาพ

ครอบครัว หล้าปุย ไปที่กองบังคับการปราบปรามในวันนี้  ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจรวบรวมพยานหลักฐาน เรียกบุคคลมาสอบปากคำ จนถึงขออนุมัติศาลออกหมายจับกุมผู้ต้องหาได้ และได้รับข้อมูลว่า ตำรวจได้เบาะแสสำคัญ ที่อาจเชื่อมโยงไปสู่คนร้ายตัวจริง แสงเทียนเล็กๆ จึงกำลังถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง

ข้อมูลที่ทางทีมงานกระทรวงยุติธรรม ยื่นประกอบในการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ซึ่งมีทั้งพยานใหม่ ที่ไม่เคยอยู่ในสำนวนการสอบสวนมาก่อน รวมทั้งการสอบปากคำนายสุพัฒน์ หล้าปุย แพะในคดีนี้อีกครั้ง โดยการสอบปากคำโดยผู้เชี่ยวชาญเครื่องจับเท็จ จากสำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ ศูนย์สารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายน้อย อ่ำวิทยาโอปถ์ เป็นอีกหนึ่งพยานปากเอกผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ขณะนอนรักษาแผลผ่าตัดอยู่ใต้ถุนบ้าน ในมุมมืดเงียบๆ และเห็นว่าใครเป็นคนยิง ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย แต่ศาล ไม่เชื่อคำให้การ

ข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม ยังอ้างถึงพยานผู้ที่อยู่ในเขตวัดพร้อมกับนายสุพัฒน์ หล้าปุย ในระหว่างเกิดเหตุ ที่ไม่เคยถูกเรียกไปให้ปากคำมาก่อน รวมทั้ง บิดา มารดา ของนายสุพัฒน์ด้วย

เพราะคดีนี้ มีเพียงการชี้ตัวนายสุพัฒน์ จากประจักษ์พยาน คือเพื่อนของผู้เสียชีวิตเพียง 5 รายเท่านั้น ต่อมาลองมาดูหลักฐานใหม่ ที่ใช้ยื่นประกอบการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่บ้าง

ในที่เกิดเหตุ พบแค่ปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เพียง 2 ปลอก และไม่มีการพบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ จากการจับกุมนายสุพัฒน์ในครั้งนั้น ทีมงานกระทรวงยุติธรรม สืบต่อจากคำให้การว่า นายตาเหลี่ยม เป็นผู้กระทำความผิดตัวจริง และพบว่าเมื่อปี 2556 นายสมาน ทะวะระ ชาวอำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น กระทำการฆ่าตัวตาย ด้วยการยิงตัวเอง เหตุการณ์นี้เหมือนจะเป็นเพียงคดีฆ่าตัวตายธรรมดา แต่กลับน่าสนใจ เมื่อฝ่ายสืบสวนพบในภายหลังว่า ผลตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืนที่ตกในที่เกิดเหตุ มีตำหนิลายเส้นที่ท้ายปลอกกระสุนเหมือนกันกับปลอกกระสุนที่เจอในที่เกิดเหตุ ในคดีของนายสุพัฒน์ หล้าปุย และความจริงก็คือ นายตาเหลี่ยม นั้นเป็นญาติกับ นายสมานที่กระทำการฆ่าตัวตาย โดยปืนกระบอกดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายสุพัฒน์

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ