นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงห่วงใยสุขภาพของประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องยาขาดแคลน พระองค์เคยมีพระราชดำริชัดเจน เรื่องของการพัฒนายาและการผลิตวัคซีน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่ง อภ.จะเดินหน้าสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการทำให้ราคายาถูกลงประชาชนเข้าถึงยาได้มากขึ้น และการพัฒนายาใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของ อภ. ในขณะนี้
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2502 พระองค์ท่านทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องกลั่นน้ำให้กับโรงงานเภสัชกรรม ซึ่งต่อมาคือองค์การเภสัชกรรมในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตน้ำเกลือฉีด มิให้ขาดแคลนในยามที่มีอหิวาตกโรคระบาด ซึ่งในยามนั้นระบาดอย่างรุนแรง ทำให้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มาก ซึ่งแสดงถึงความรู้ความเข้าใจอันลึกซึ้งของพระองค์ในเรื่องโรค และข้อจำกัดของประเทศ ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงประเด็น
ต่อมาเมื่อเดือน ม.ค. ปี 2541 พระองค์ท่านได้พระราชทานคำแนะนำ แก่คณะวิจัยของสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์การเภสัชกรรม ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้า เพื่อถวายรายงานโครงการรักษาผู้ป่วยเอดส์โดยใช้สมุนไพร ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ว่า
1. การวิจัยต้องร่วมมือกันทั้งบุคคล หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ งานวิจัยก็จะบังเกิดผลสำเร็จเป็นผลดีแก่ประเทศชาติ
2. ให้ความร่วมมือกับมูลนิธิราชประชาสมาสัย ในการแก้ไขบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ ครอบครัว รวมทั้งเด็กกำพร้า ในแนวทางซึ่งมูลนิธิฯ เคยดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคเรื้อนมาแล้ว และร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ในการผลิตสารสกัดสมุนไพร และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสมุนไพรที่ใช้ในตำรับ
3. สมุนไพรที่นำมาใช้ในการรักษาโรคเอดส์ ไม่จำเป็นต้องบอกเฉพาะรักษาโรคเอดส์ หากมีสรรพคุณรักษาโรคอื่นได้ก็ดียิ่งขึ้น เพื่อผู้นำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง
4. ส่วนผสมของสมุนไพรไม่จำเป็นต้องเปิดเผย เพราะหากประชาชน ไม่เข้าใจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
5. สมุนไพรที่นำมาใช้แต่ละอย่างบอกชนิด คุณประโยชน์แบบกว้างๆ ก็จะดี ประชาชนจะได้ช่วยกันรักษาต้นไม้ หรือชนิดของสมุนไพรนั้นๆ ไม่ไปตัดโค่นทำลาย
6. บางหมู่บ้านประชาชนเป็นธาลัสซีเมียกันมาก ให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาในการศึกษาแก่ประชาชนให้เข้าใจ หรือวิจัยให้เม็ดเลือดแดงมีการทำลายน้อยลง อาจใช้สมุนไพรยับยั้ง(Antioxidant) หรือหายาขับเหล็ก เพื่อให้ชีวิตยาวขึ้น
ที่ผ่านมา อภ. ได้น้อมนำพระราชดำรัสยึดถือปฏิบัติจนถึงทุกวันนี้ อาทิ การร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการวิจัยและพัฒนายาใหม่ๆ การวิจัยและพัฒนายาขับเหล็ก เพื่อผู้ป่วยธาลัสซีเมีย การถวายยาให้แก่กองแพทย์หลวง เพื่อพระองค์ท่านพระราชทานต่อให้หน่วยแพทย์ไปใช้ดูแล พี่น้องประชาชนตั้งแต่ปี 2554 เป็นประจำทุกปี ปีละ 250,000 บาท
พร้อมกันนี้ยังได้ถวายยาให้แก่มูลนิธิ พอ.สว. ในการที่จะออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ปีละ 350,000 บาท เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2538 และยังมีแผนที่จะสนับสนุนโครงการสถานีอนามัย ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เพื่อจะดูแลประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารอีกด้วย