จากข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการ น้ำทิ้งหลังการย้อมผ้าแล้ว ระบุว่า อันตรายของน้ำฟอกย้อม นั้น ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพราะมีสารเคมี สี และกลิ่นไม่พึงประสงค์ เมื่อย้อมผ้าเสร็จแล้วสิ่งที่ไม่ควรทำคือ ไม่ควรทิ้งน้ำลงบนผิวดิน หรือแหล่งน้ำสาธารณะ และสิ่งที่ทำได้ คือ ควรบำบัดน้ำก่อนปล่อยลงผิวดินหรือแหล่งน้ำสาธารณะเสียก่อน
สำหรับวิธีการบำบัด มีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน คือ
บำบัดด้วยวิธีเคมี
1. ใส่น้ำฟอกย้อมที่ใช้แล้วในถังหรือบ่อพักและใช้สารส้มทำให้น้ำย้อมผ้าตกตะกอน
2. ปล่อยน้ำที่ใสแล้วออกสู่ผิวดิน
3. ตากตะกอนให้แห้งแล้วใส่ถุงฝังกลบ
บำบัดด้วยวิธีชีวภาพ
1.ใส่น้ำฟอกย้อมที่ใช้แล้วในถังหรือบ่อพักและใช้จุลินทรีย์อัดเม็ดผสมในน้ำ
2. ให้น้ำผ่านเข้าไปในถังที่สองซึ่งมีวัสดุจำพวกเถ้าแกลบ น้ำจะค่อยๆซึมจากล่างขึ้นข้างบนซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันเพื่อทำให้น้ำย้อมผ้ามีสีจางลง หรืออาจให้น้ำย้อมผ้าไหลผ่านแปลงต้นกกหรือหญ้าแฝก
3.ปล่อยน้ำที่สีใสแล้วออกสู่ผิวดินหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
ขณะที่ กรมควบคุมมลพิษ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องการจัดการน้ำเสียอย่างง่ายจากการย้อมผ้าที่ประชาชนสอบถามมา เนื่องจากขณะนี้ประชาชนจำนวนมากมีความต้องการเสื้อผ้าสีดำเพื่อสวมใส่แสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้นำผ้ามาย้อมให้เป็นสีดำ ซึ่งการย้อมดังกล่าวมีการใช้สีย้อมรีแอคทีฟ (Reactive dyes) ทำให้เกิดน้ำเสียหลังการย้อมผ้า เพราะสีย้อมบางชนิดมีส่วนผสมของโลหะหนัก เช่น ทองแดง ตะกั่ว โครเมียม เป็นต้น กรมควบคุมมลพิษจึงขอแนะนำทางเลือกในการจัดการน้ำเสียอย่างง่ายจากการย้อมผ้า ดังนี้
1. เทน้ำเสียจากการย้อมผ้าผ่านอิฐแดง เพื่อช่วยดูดซับโลหะหนักในน้ำเสีย
2. ปล่อยน้ำทิ้งให้ระเหยแห้งแล้วนำตะกอนไปฝังดิน หรือนำไปทิ้งในถังรับขยะอันตราย
3. เติมโซดาไฟ เติมสารส้มเพื่อให้สีตกตะกอน ใส่น้ำส้มสายชูเล็กน้อยก่อน แล้วนำน้ำใสไปรดต้นไม้ที่เป็นไม้ประดับหรือสนามหญ้า ส่วนตะกอนที่เหลือนำไปฝังดิน หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำไปรดน้ำต้นไม้ แต่ควบคุมให้อยู่ปริมาณน้อย อย่านำไปรดต้นไม้หรือพืชผักที่นำไปรับประทานเด็ดขาด