อุบัติเหตุ! คือ อันดับต้นๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องถนน
หลายครั้งที่อุบัติเหตุหรือว่าอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนท้องถนน บางเหตุการณ์อาจได้ข้อตกลงยากต้องใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนยาวนาน หรือบางเหตุการณ์อาจเกิดคดีพลิก ยากที่จะหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่สิ่งที่จะช่วยคลี่คลายคดีได้นั่น คือกล้องติดหน้ารถ
ตัวอย่างจากหลายคดีที่ยุติลงได้เพราะว่ากล้องช่วยบันทึกเหตุการณ์ เริ่มที่กรณีของ “ดีเจ เก่ง” ที่เคยตกเป็นข่าวดังในโลกออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้ กรณีที่รถกระบะวีโก้ดีดำ ถอยชนรถยาริสสีแดงคันหนึ่ง แต่ในเหตุการณ์นั้น เมื่อตำรวจไปถึง วีโก้สีดำกลับชี้ว่ายาริสสีแดงได้ขับชนรถของตน พร้อมอ้างว่าเจ้าของรถยาริสสีแดงได้ลงจากรถและพยายามหาเรื่องตนอีกด้วย แต่นับเป็นโชคดีของอีกฝ่ายที่ได้มีพลเมืองดีบันทึกเหตุการณ์ได้จากกล้องติดหน้ารถของเขา...
และพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้วิธีขับรถชนแล้วตบทรัพย์ โดยกลุ่มดังกล่าวจะหาเหยื่อที่เป็นรถเก่าไม่มีประกัน เพื่อเรียกเงิน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกบันทึกไว้จากกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่ขับตามหลัง เหตุเกิดขึ้นบนถนนมิตรภาพขาเข้ากรุงเทพ บริเวณโรบินสันสระบุรี ก่อนเข้าตัวเมืองสระบุรี ในขณะรถของเป้าหมายขับมาปกติ ได้ถูกแก๊งดังกล่าวขับจี้และอาศัยจังหวะเพื่อเฉี่ยว - ชน
จากกรณีทั้งหมดที่ยกตัวอย่าง พบว่า กล้องหน้ารถกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญที่คนขับรถยนต์ และขี่มอเตอร์ไซค์ ใช้เป็นข้อมูลชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ถึงเวลามีกฏหมายติดกล้องหน้ารถหรือยัง?
รองศาสตราจารย์ ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ชี้ถึงความสำคัญของกล้องติดหน้ารถว่า ตามหลักกล้องติดหน้ารถไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้โดยตรง แต่เมื่อเราติดกล้องหน้ารถเวลาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็สามารถเห็นได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเช่นไรและเกิดขึ้นเพราะอะไร เช่น กรณีขับรถไปเห็นการเกิดอุบัติเหตุ ภาพจากกล้องหน้ารถก็สามารถใช้เป็นหลักฐานต่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้
รองศาสตราจารย์ ดร.กัณวีร์ กล่าวถึงกรณีการมีกฏหมายการติดกล้องหน้ารถว่า อาจยังไม่จำเป็นในตอนนี้ เพียงแต่อยากขอความร่วมมือในการนำร่องกับรถโดยสารสาธารณะก่อน แต่อย่างไรก็ตามรถยนต์อื่นๆ ก็สามารถติดได้ เพราะเวลาเกิดเหตุสามารถตรวจสอบได้ และช่วยในเรื่องการหาสาเหตุและการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนตัวมองว่าควรติดกล้องกับรถสาธารณะที่ต้องวิ่งบนท้องถนนเป็นประจำก่อน แต่เบื้องต้นคงเน้นในรูปแบบของการขอความร่วมมือ ซึ่งยังไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด
กล้องหน้ารถมีแล้วอุ่นใจ?
"คุณคมกริช ชูกมล" ผู้ใช้งานกล้องติดหมวกกันน็อค รถจักรยานยนต์ ซึ่งมีอาชีพแมสเซนเจอร์ ระบุว่า กล้องติดหน้ารถมีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ เพราะสามารถป้องกันตัวได้สูงในหลายๆกรณี ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือจากกลุ่มมิจฉาชีพ
“ผมเป็นคนหนึ่งที่หากินอยู่บนท้องถนน มักเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบ่อยครั้ง ผมจึงตัดสินใจซื้อกล้องดังกล่าวมาติดไว้ซึ่งทำให้รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น”
เช่นเดียวกับ "คุณหทัยกานต์ อ้นเพ็ง" ผู้ใช้งานกล้องติดหน้ารถยนต์ ผู้มีอาชีพเป็นตัวแทนขายเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องขับรถมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตประจำวัน มองว่า กล้องติดหน้ารถยนต์มีความสำคัญมาก เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะกรณีที่เราผิดหรือไม่ผิด เหตุการณ์ที่กล้องบันทึกไว้จะใช้เป็นหลักฐานได้ หรือในกรณีที่รถคันอื่นขับปาดหน้า เฉี่ยว หรือชน แล้วหนี ก็ยังมีหลักฐานเป็นป้ายทะเบียนคนขับ ที่กล้องสามารถบันทึกไว้ เนื่องจากบางครั้งเราตกใจ หรือเหตุการณ์เกิดเร็วจนเราไม่สามารถจดป้ายทะเบียนได้ทัน
ตลาดกล้องติดหน้ารถพุ่งเหตุมีติดรถแล้วมั่นใจ
“ณัฐพล ปัทมพงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมนทาแกรม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกล้องโกโปร กล่าวว่า ตลาดของกล้องติดหน้ารถยนต์มีการเติบโตดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางบริษัทเพิ่งจะเข้ามาขยายตลาดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถึงตอนนี้อาจยังไม่สามารถระบุตัวเลขยอดจำหน่ายที่ชัดเจนได้ แต่คาดว่าปีหน้าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30-50% ของทุกปี
“มองว่าปัจจุบันกล้องติดหน้ารถมีความสำคัญ รถคันไหนๆ ก็มีความต้องการกล้องติดหน้ารถ เรียกได้ว่าเป็นจำนวนหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะปัจจุบันเราใช้ชีวิตอยู่บนถนนเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตประจำวัน ฉะนั้นกล้องสำหรับติดหน้ารถยนต์จึงมีบทบาทมาก และภาพจากกล้องหน้ารถก็ใช้เป็นหลักฐานช่วยยืนยันได้มากกว่าคำพูด”
“พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก” รักษาการแทนผู้บังคับการตำรวจจราจร ระบุว่า กล้องติดหน้ารถมีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องเดินทางบนท้องถนนบ่อยครั้ง เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ภาพที่ได้จากกล้องติดหน้ารถถือเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่จะรวบรวมไว้ประกอบสำนวนการตัดสินคดีของพนักงานสอบสวนได้
ในการคลี่คลายคดีจากกล้องติดหน้ารถ ปัจจุบันมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากเทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น ฉะนั้นภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญาหรือคดีจราจรจะมีการนำภาพจากกล้องที่ติดหน้ารถหรือกล้องที่บุคคลถ่ายภาพไว้มาประกอบเป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นหลักฐานที่ทำให้เจ้าหน้าที่คลี่คลายคดีได้เร็วมากขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่าภาพนั้นมีการตัดต่อดัดแปลงหรือไม่
พล.ต.ต. จิรสันต์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กฎหมายยังมองว่ากล้องติดหน้ารถยังไม่เป็นสิ่งสำคัญของรถยนต์เสียทีเดียว และยังไม่มีความจำเป็นที่จะบังคับให้ประชาชนติดกล้องหน้ารถ เพราะสำหรับบางคนที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหนมาไหนบ่อยๆ อาจมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองได้ อย่างไรก็ตามกรณีเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รถที่ไม่มีกล้องติดหน้ารถยนต์ สามารถขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานจากกล้อง CCTV บริเวณโดยรอบได้
ทีมนิวมีเดีย PPTV ได้ทำแบบสอบถามประเด็น “ทำไมคุณต้องซื้อกล้องติดรถ?” ซึ่งมีคำตอบให้เลือก 4 ข้อ คือ 1.ใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ 2.อยากลองใช้ 3.ซื้อตามกระแส และ4.ถูกทุกข้อ โดยเปิดให้ร่วมตอบแบบสอบถามตั้งแต่เวลา 09.00 น. (13 ต.ค.59) ถึงเวลา 09.00 น. (14 ต.ค.59) ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก PPtv Thailand พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 38 คน โดย 73.7 % เลือกข้อ 1.ใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ส่วน 23.7 % เลือกข้อ 4.ถูกทุกข้อ และ 2.6 % เลือกข้อ 2.อยากลองใช้ ขณะที่ข้อ 3.ซื้อตามกระแส ไม่มีผู้เลือก
ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก youtube : ITechnology.co.,ltd ,นานาสาระ NANASaRa