ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า แนวทางการดูแลชาวนาระยะต่อไปจะไม่ใช้มาตรการแทรกแซงราคาข้าว แต่จะหาวิธีให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น โดยปีนีจะจูงใจให้ชาวนาหันมาปลูกอ้อยแทนการปลูกข้าวให้มากขึ้น เพราะปีนี้จะมีแค่อ้อยอย่างเดียวที่ขายได้ราคาดีที่สุด ซึ่งตามแผนได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายเพาะปลูกอ้อยที่กาญจนบุรี 700,000 ไร่ เนื่องจากมีโรงงานจำนวนมากที่รองรับผลผลิตอ้อยได้ทั้งหมด
โดยเดือน มี.ค.นี้ จะนัดกลุ่มชาวนาหารือแนวทางเพิ่มรายได้ ทั้งสนับสนุนให้เปลี่ยนไปปลูกพันธุ์ข้าวคุณภาพดีแทนข้าวขาวและจูงใจให้ปลูกอ้อยแทนข้าวในพื้นที่ภาคกลาง
สำหรับแนวทางส่งเสริมให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวคุณภาพดีทดแทนข้าวคุณภาพต่ำนั้น จะเน้นไปที่ข้าวหอมมะลิ ข้าวเสาไห้ ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ชาวนาก้าวข้ามปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำได้
ขณะที่กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศยกเลิกภาษีและโควตานำเข้าน้ำตาลดิบจากอ้อยภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี โดยเป็นการให้สิทธิประโยชน์แก่ทุกประเทศภายใต้กรอบการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ยกเว้นฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ลาวและพม่า ที่ยังมิได้ยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าน้ำตาลทรายดิบจากไทย
อย่างไรก็ตาม การยกเลิกภาษีนำเข้าน้ำตาลทรายดิบต่างตอบแทนในครั้งนี้ ทำให้ไทยสามารถขยายโอกาสการส่งออกน้ำตาลทรายดิบไปยังเกาหลีใต้ได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีการส่งออกน้ำตาลทรายดิบเฉลี่ยปีละ 4 - 5 แสนตัน เนื่องจากเกาหลีใต้ไม่มีอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลทรายดิบในประเทศและเป็นตลาดที่สำคัญของไทย