วันนี้ (28 ต.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจราคาข้าวเปลือกในแต่ละจังหวัดของสมาคมโรงสีข้าวไทย พบว่า ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเจ้า 5% ได้ปรับตัวลดลงจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิบางพื้นที่ราคาลดลงตันละ 1,000 บาท เหลือตันละ 9,000 บาทเท่านั้น ขณะที่ราคารับซื้อข้าวล่วงหน้าเดือนธันวาคม ที่ผู้ส่งออกซื้อจากโรงสี อยู่ที่ตันละ 15,800 บาท หรือ กิโลกรัมละ 15.80 บาท เมื่อทอนเป็นราคาข้าวเปลือกหอมมะลิจะอยู่ที่ 8,000 กว่าบาทต่อตัน เนื่องจากราคาส่งออกข้าวหอมมะลิที่ซื้อขายล่วงหน้าต่ำกว่า 500 ดอลล่าร์สหรัฐต่อตัน ถือว่าเป็นราคาต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี เนื่องจากตลาดเกิดภาวะตื่นตระหนกจากผลผลิตข้าวที่เพิ่มมากขึ้นเกือบทุกประเทศ ทำให้มีการกดราคาซื้อข้าว
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปีนี้ข้าวหอมมะลิของไทย น่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 10 ล้าน 7 แสนตัน ซึ่งภาครัฐได้เตรียมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ดีเดย์ 1 พฤศจิกายนนี้
ทั้งโครงการชะลอการขายข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว โดยให้ฝากเก็บไว้ในยุ้งฉางเกษตรกร หรือ จำนำยุ้งฉาง ซึ่งเกษตรกรจะได้ค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท ตั้งเป้าไว้ที่ 2 ล้านตัน และยังขยายขอบเขตไปยังกลุ่มวิสาหกิจเกษตรกร-กลุ่มสหกรณ์ ให้รับซื้อข้าวกับสมาชิกเพื่อเก็บสต๊อกเพิ่มอีกประมาณ 2.5 ล้านตัน พร้อมเตรียมจัดตลาดนัดข้าวเปลือกอีก 125 ครั้ง ใน 52 จังหวัด
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการชดเชยดอกเบี้ยให้กับโรงสี โดยปรับเพิ่มอัตราชดเชยดอกเบี้ยจาก 3% เป็น 4% ส่งผลให้โรงสีสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น คาดมาตรการต่างๆจะช่วยดูดซับปริมาณข้าวได้ 12.5 ล้านตัน ทั้งนี้ทางสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ยังจะเข้ามาช่วยรับซื้อข้าวหอมมะลิมาเก็บสต็อกอีก 2 แสนตัน ซึ่งสมาคมจะชดเชยดอกเบี้ย ค่าเช่าโกดังให้สมาชิกด้วย ซึ่งมาตรการต่างๆที่เตรียมไว้ทำให้คาดว่าราคาข้าวในประเทศน่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น