วันนี้ (31 ต.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณทางเบี่ยงระหว่างก่อสร้างสะพานคลองปาว ถนนสายบ้านยาง-ตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกน้ำป่าจากเทือกเขาแก่งกรุงพัดขาด จนไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ ชาวบ้านต้องใช้เส้นทางอ้อมระยะทางกว่า 13 กิโลเมตรแทน
ทางเบี่ยงดังกล่าว ทำขึ้นหลังรื้อสะพานคลองปาว ที่เสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2554 แต่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำป่าหลากลงมากัดเซาะจนถนนเสียหาย เบื้องต้นประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการซ่อมแซม คาดใช้เวลาประมาณ 2 วัน จึงจะแล้วเสร็จ
ส่วนที่จังหวัดภูเก็ต มีฝนตกหนักต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตตัวเมือง โดยเฉพาะบริเวณถนนเทพกระษัตรีฝั่งขาออก ระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้การจราจรติดขัดระยะทางยาว เจ้าหน้าที่ต้องคอยอำนวยความสะดวก และเร่งตรวจสอบตามท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันขยะอุดตันทางเดินน้ำ ล่าสุดระดับน้ำลดลงเป็นปกติแล้ว
ขณะที่ บริเวณอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงจำนวน 15 ต้น ริมถนนสายศรีราชา – หุบบอน โค่นล้มขวางการจราจร ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้
ตรวจสอบสาเหตุคาดว่าเกิดจากดินอ่อนตัว หลังฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้ดินไม่สามารถรับน้ำหนักเสาไฟฟ้าได้จึงเอนล้มลง ขณะนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคศรีราชา เร่งเข้าซ่อมแซมเปลี่ยนเสาไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย คาดจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนได้ตามปกติวันพรุ่งนี้
ที่จังหวัดราชบุรี กลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ช่วยเก็บกู้กระชังปลาของสำนักงานประมง บริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ที่ได้รับความเสียหาย หลังเขื่อนท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ระบายน้ำเมื่อวานนี้ ทำให้ปลาธรรมชาติที่อนุรักษ์ไว้กว่า 150,000 ตัว หลุดไปกับกระแสน้ำ
ขณะที่เขื่อนแม่กลอง ระบายน้ำเฉลี่ย 1000 – 1200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ด้านฝ่ายบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 13 แจ้งเตือนจังหวัดราชบุรี ให้ระวังผลกระทบการระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลอง ประมาณ 1000 – 1200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เมื่อวานนี้ อาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น จึงขอให้ผู้ที่อาศัยริมน้ำเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด