การคว้าชัยชนะของ “โดนัลด์ ทรัมป์” นำมาซึ่งความปั่นป่วนในสหรัฐอเมริกา หลังผู้สนับสนุน “ฮิลลารี คลินตัน” รวมตัวประท้วงหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ความขัดแย้งในสังคมในครั้งนี้เป็นที่จับตาของผู้คนทั่วโลก เนื่องจากสหรัฐฯ ถือเป็นประเทศต้นแบบประชาธิปไตย
ก่อนหน้านี้หลังผลเลือกตั้งประกาศแน่ชัด นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้เขียนบทความ “เตือนคนไทยในสหรัฐฯ เฝ้าระวัง Hate Crime หลังการคว้าชัยของ โดนัลด์ ทรัมป์” เนื่องจากกระแสสังคมเริ่มเกิดความแตกแยก ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดผิว และเหยียดเพศที่เพ่ิมสูงขึ้น หลังการโหวต Brexit ของอังกฤษ
ผ่านไป 1 วันเต็ม บรรยากาศในสหรัฐฯ เพิ่มความตรึงเครียดมากขึ้น ไม่เฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุน คลินตัน ที่รวมตัวประท้วงในพื้นที่สาธารณะเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันผู้ที่สนับสนุน ทรัมป์ บางส่วนเองที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ก็มีพฤติกรรมการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ ฯลฯ อาทิ
รัฐเพนซิลเวเนีย มีการเหยียดเชื้อชาติและลวนลามผู้หญิง
มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก มีคนเขียนข้อความว่า "Trump" ที่หน้าประตูห้องละหมาดนักศึกษามุสลิม
นักศึกษามหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา 2 คนทาหน้าสีดำเฉลิมฉลองโดยมีฉากหลังเป็น Confederate battle flag หรือธงที่มีความหลังเชื่อมโยงกับเรื่องทาสผิวสีในอเมริกา
นอร์ท คาโรไลน่า ผนังถูกพ่นเป็นคำว่า "ชีวิตคนดำไม่สำคัญ พอๆ กับเสียงโหวตของพวกคุณ” และมีคนพบข้อความแปะไว้ที่รถเขียนว่า “รอที่จะเห็นการแต่งงานของพวกคุณ ถูกคว่ำโดยประธานธิบดีตัวจริงแทบไม่ไหว ครอบครัวเกย์ไปลงนรกให้หมด”
คุณแม่นิรนามท่านหนึ่ง โพสท์ภาพลูกชายที่มีรอยช้ำตามตัวและอธิบายว่า “ลูกชายของคนที่สนับสนุนทรัมป์ทำกับลูกของฉัน ลูกชายฉันถูกเรียกว่าไอ้เม็กซิกันหน้าโง่ เมื่อไหร่จะถูกส่งกลับประเทศเสียที แถมครูยังบอกว่าถ้าเขาสู้กลับเขาจะถูกพักการเรียน”
เหตุการณ์ข้างต้นเป็นเพียงกรณีตัวอย่าง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมอเมริกัน หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สิ้นสุดเพียงเวลาไม่ถึง 24 ชม. หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ความเกลียดชังที่เพิ่มสูงขึ้น จะนำพาไปสู่อาชญากรรมจากความเกลียดชัง ที่เพ่ิมมากขึ้นหรือไม่ ?
นพ.วรตม์ อธิบายว่า สำหรับเหตุการณ์ประท้วงที่เกิดขึ้นถือเป็นอารมณ์ของผู้แพ้ ตามหลักจิตวิทยาการเมืองแล้วคนที่เลือกสนับสนุนนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง จะมีความเชื่อว่าบุคคลนั้นจะชนะการเลือกตั้ง เช่นก่อนหน้านี้โพลหลายสำนักชี้ไปทางเดียวกันว่าฝ่ายเดโมแครตจะชนะ เมื่อความมั่นใจมากขึ้นผลกลับพลิกล็อคไม่เป็นไปตามที่คาด ย่อมเกิดความโศกเศร้าเสียใจและพยายามหาเหตุผล มารองรับความพ่ายแพ้ บางคนอาจยอมรับได้ทันที บางคนอาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์
คนที่ยอมรับไม่ได้ จะเปลี่ยนแปลงจากอารมณ์เศร้าเป็นอารมณ์โกรธ โทษนโยบาย ผู้สมัคร ผู้สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม หรือสิ่งที่ตรงข้ามกับความเชื่อของตนเอง ยิ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชีวิต หรือของชาติโดยตรงอารมณ์ร่วมยิ่งรุนแรงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลรวมจำนวผู้ออกมาใช้สิทธิไม่ถึงครึ่งของผู้มีสิทธิ การประท้วงครั้งนี้จึงไม่น่ายาวนานเกินสัปดาห์
ส่วนผู้สนับสนุน ทรัมป์ ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง จนแสดงพฤติกรรมความรุนแรงหลายกรณีนั้น เนื่องจากตามหลักจิตวิทยาสังคมแล้ว คนที่อยู่ข้างโหวตชนะมักเกิดความเชื่อว่า ชุดความคิดของตัวเองนั้นถูกต้อง จึงการแสดงออกชุดความคิดนี้ในที่สาธารณะอย่างอิสระ และเผลอคิดไปว่าสังคมภายนอกจะเห็นด้วยเสมอ จึงเป็นที่มาของ Hate Crime หรือ อาชญากรรมแห่งการเกลียดชัง
ขณะนี้ตามรายงานแม้ว่ายังไม่ได้ระบุถึงกรณีคนไทย ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น แต่คนเชื้อชาติเอเชียเริ่มโดนหางเลขเข้าบางแล้ว...
ภาพจาก BEN STANSALL / AFP