นักวิชาการจากอเมริกันยูนิเวอร์ซิตี้ อลัน ลิคต์แมน ทำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างแม่นยำมาตลอด 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่ปี 1984 แต่ครั้งนี้เมื่อเขาทำนายว่าสหรัฐฯ จะมีประธานาธิบดีคนที่ 45 ชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับไม่มีใครให้ความเชื่อถือนัก เพราะคำทำนายของเขาสวนทางกับสื่อและโพลสำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่
ขณะที่โพลอื่นๆใช้วิธีสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีปัจจัยหลายอย่างทำให้คะแนนออกมาคลาดเคลื่อน เช่น การไม่ยอมตอบแบบสอบถามตามจริง แต่วิธีการที่ลิคต์แมนใช้ต่างออกไป เขาคิดค้นวิธีการที่ชื่อ “ปัจจัยชี้วัด 13 ข้อ”
ปัจจัยชี้วัดทั้ง 13 ข้อ มาจากข้อเท็จจริงในสภาวะปัจุบันในปีที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ นโยบายหาเสียง ความสำเร็จของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ความสามารถของผู้ท้าชิง ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ถูกนำมาตั้งเป็นคำถามถูกผิด 13 ข้อ ซึ่งเป็นคำถามตายตัวในการใช้คาดการณ์ผลตั้งแต่ปี 1984 หากคำตอบออกมาเป็น “ผิด” มากกว่า 6 ข้อ พรรคการเมืองที่บริหารรัฐบาลชุดปัจจุบันจะแพ้การเลือกตั้ง และพรรคตรงข้ามเป็นฝ่ายชนะ
จากการประเมินของลิคต์แมน การเลือกตั้งครั้งนี้มีคำตอบว่า “ผิด” 6 ข้อ คือ พรรคเดโมแครตเสื่อมความนิยมจากการแพ้เลือกตั้งมิดเทอมในปี 2014/ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันไม่ได้ลงแข่งขัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญ ไม่มีนโยบายต่างประเทศสำคัญที่ประสบความสำเร็จ ฮิลลารี คลินตัน ไม่ใช่ ผู้สมัครที่มีความดึงดูดเพียงพอ และ ผู้สมัครทางเลือกที่ 3 คือ แกรี่ จอห์นสัน จากพรรคลิเบอร์แทเรียน มีคะแนนนิยมในโพลสูงกว่า 5%
ตัวลิคต์แมนเองให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า แม้เขามองว่ามีสิทธิสูงที่การเลือกตั้งจะเป็นไปตามคาดการณ์ แต่เขาไม่ชอบผลการทำนายของเขาเองเท่าไหร่นัก เพราะโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้สมัครที่ทำอะไรแปลกประหลาดนอกกรอบอย่างที่อเมริกาไม่เคยมีมาก่อน