พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ควบคุมตัวนางระดม มัทธุจัด มารดาของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด 1 ในผู้ต้องหา คดียักยอกเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล.ไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรี ฝากขังผลัดแรก ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ ร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร และสนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้ทุจริตและประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ รวมถึงข้อหาร่วมกันฟอกเงิน หลังสืบสวนแล้วพบว่านางระดมมีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดในส่วนของการนำเงินของ สจล.ไปทำการฟอกเงิน
โดยระหว่างควบคุมตัวไปทำการฝากขัง นางระดมมีร่างกายค่อนข้างอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า อย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่ต้อง ประคองตัวรวมถึงดูแลอย่างใกล้ชิดระหว่างที่ควบคุมตัวไปยังรถที่ใช้สำหรับนำไปฝากขัง
พันตำรวจเอกณต เศวตเลข รองผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า นางระดมให้การปฎิเสธ และ ให้การไม่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ทางพนักงานสอบสวนมีหลักฐานที่ชัดเจนว่านางระดมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำความผิดในครั้งนี้ เพราะนำเงินของสจล. ไปทำการซื้อขายทองคำ และที่ดิน ซึ่งเข้าข่ายการฟอกเงิน จึงจำเป็นต้องควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนนางสาวจุฑารัตน์ ปัดภัย น้องสาวนายกิตติศักดิ์ ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน ซึ่งล่าสุดยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด
ขณะที่วันนี้ ตัวแทนคณะอาจารย์ พร้อมนักศึกษา สจล.เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถึงกรณีการทุจริตเงิน 1,600 ล้านบาท ของ สถาบัน เนื่องจากทางธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่ให้บริการเป็นบัญชีเงินเดือนหลักของบุคลากรทั้งหมดของสถาบัน และมีเงินในบัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตมากที่สุด ทั้งนี้การที่ธนาคารไม่ออกมาแสดงจุดยืน หรือเเนวทางในการแก้ไข ส่งผลต่อความเชื่อมั่น ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ศิษย์เก่าและคณะบุคคลในสถาบันให้ความเชื่อใจตลอด
ด้าน นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สายบริหาร การป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและความปลอดภัย ธนาคารไทยพานิชย์ กล่าว ยืนยันว่าจะยืนหยัดอยู่ข้างสถาบัน และพร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่ได้มีการชี้แจงไรือแถลงข่าวแต่ว่าได้ประสานให้ความร่วมมือด้านข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่อง