ผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะ ในจังหวัดเชียงใหม่ ยอมรับว่าหลังข่าวนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ถูกร้านคาราโอเกะ ย่านถนนช้างคลาน เรียกเชคบิล กว่า 1 แสนบาท ทำให้เกิดความเสียการกับธุรกิจ เพราะขณะนี้จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการหายไปกว่าครึ่ง จึงวอนสังคมอย่าเหมารวมร้านคาราโอเกะ ในจังหวัดเชียงใหม่ ว่าเป็นเหมือนกันทั้งหมด
อย่างเช่นนายศิริพงษ์ พัฒนากิติกุล ผู้จัดการร้านโกลสตาร์ คาราโอเกะ ในตำบลสุเทพ บอกว่านอกจากนักท่องเที่ยวจะลดลงไปกว่าครึ่ง ยังกระทบไปถึงรายได้ของพนักงานสาว เพราะหลายคนต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวอย่างสุจริต /ตอนนี้พากันวิตกกันว่าอาจตกงานเพราะความหวาดวิตกของลูกค้าจนไม่มีใครเข้ามาใช้บริการเหมือนเคย
ทั้งนี้ผู้ประกอบการยืนยันว่าร้านคาราโอเกะใน เชียงใหม่ ส่วนใหญ่ไม่มีการเอาเปรียบ เพราะจะแจ้งให้กับลูกค้าทราบก่อน ทั้งราคาค่าห้องวีไอพี ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และ ค่าดริ้งของพนักงานสาว พร้อมเรียกร้องให้ลูกค้าที่ถูกเอาเปรียบแจ้งความดำเนินคดีกับร้านเหล่านี้ทุกรายเพื่อให้เข็ดหลาบ
ด้านพลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจ หน่วยปฏิบัติต่างๆ ในพื้นที่ ให้ดำเนินการกวดขัน โดยเฉพาะร้านค้า-สถานบริการ ที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศจนกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว // ล่าสุดได้สั่งการตำรวจภูธรภาค 5 กวดขันในพื้นที่ หากพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต้องยอมจ่าย ให้โทรศัพท์แจ้งหมายเลข 191 หรือ 1599 ได้ทันที และหากพบร้านใด มีพฤติกรรม ที่จะทำร้ายลูกค้า ต้องสั่งปิดร้าน และดำเนินการตามกฏหมาย