วันนี้ (16 พ.ย. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจปราบจลาจลของกรีซ ตัดสินใจยิงแก็สน้ำตา และระเบิดแสง เข้าใส่ผู้ชุมนุมประมาณ 3,000 คน ที่ออกมารวมตัวกันในกรุงเอเธนส์ เพื่อประท้วงการเดินทางเยือนประเทศกรีซ ของ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ผู้นำสหัรฐฯ
โดยการประท้วงได้เริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อกลุ่มวัยรุ่น ที่มีท่อนไม้และระเบิดเพลิงเป็นอาวุธ ได้พยายามขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าแนวรถบัสของตำรวจ จากนั้นวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวได้ล่าถอยมายังมหาวิทยาลัยเอเธนส์ โพลีเทคนิค ก่อนที่จะเกิดการปะทะกับตำรวจในที่สุด
สำหรับกลุ่มวัยรุ่นที่ออกมารวมตัวชุมนุมกันเป็นผู้ที่มีแนวคิดแบบฝ่ายซ้าย ที่ไม่พอใจต่อบทบาทของสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนระบอบเผด็จการทหารที่ปกครองกรีซในช่วงปี 1967 ถึง 1974
ทั้งนี้ วัยรุ่นดังกล่าวจะออกมารวมตัวกันทุกปีเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ และเพื่อรำลึกถึงการใช้กำลังปราบปรามผู้ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยในปี 1973
ส่วนกำหนดการเยือนต่างประเทศครั้งสุดท้ายของนายโอบามา ในฐานะผู้นำสหรัฐฯ จากนี้เขามีกำหนดจะเดินทางต่อไปยังประเทศเยอรมนี เพื่ออำลานายอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี โดยครั้งนี้จะถือเป็นการเยือนเยอรมนีครั้งที่ 5 ของนายโอบามา
สั่งปลดนายกเทศมนตรีมะกัน หลังโพสต์เหยียด “มิเชลล์ โอบามา”
ส่วนสุภาพสตรีหมายเลข 1 อย่างนางมิเชลล์ โอบามา ก็ถูกนายกเทศมนตรีและเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเขต ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ทางตะวันออกของสหรัฐฯ โพสต์แสดงความเห็นเชิงเหยียดเชื้อชาติและสีผิวในเฟซบุ๊ก
โดยเป็นการแสดงความยินดีต่อชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้สหรัฐมีสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่สง่างาม และมีระดับ คู่ควรแก่ทำเนียบขาวเสียที
ล่าสุดสื่อท้องถิ่นของสหรัฐฯ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ดังกล่าวลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่การแสดงความเห็นดังกล่าว ยังคงเป็นประเด็นที่พูดถึงกันบนโลกออนไลน์