นายวรเดช หาญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้มี 4 สนามบินที่มีความเหมาะสมสำหรับจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยาน คือ สนามบินอู่ตะเภา สนามบินสุวรรณภูมิ โรงเรียนการบินกำแพงแสน และสนามบินนครราชสีมา ซึ่งจะคัดเหลือเพียงแห่งเดียวในช่วงกลางเดือน ก.พ.นี้ เพื่อเสนอให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และ ครม.รับทราบ
ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ 4 แห่ง จะเปรียบเทียบผลดีและเสียของแต่ละพื้นที่ โดยพื้นที่ท่าอากาศยานนครราชสีมามีข้อได้เปรียบตรงที่ไม่มีข้อจำกัดด้านความมั่นคง มีพื้นที่ทั้งหมด 4,625 ไร่ เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ที่มอบให้กรมการบินพลเรือนประกอบกิจการด้านการบิน ที่สำคัญยังขยายไปยังพื้นที่ของกรมป่าไม้ที่ว่างฝั่งตรงข้ามอีกกว่า 10,000 ไร่ แต่ข้อเสียจะต้องลงทุนด้านสาธารณูปโภคเพิ่ม ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิมีพื้นที่ว่าง 700 ไร่ มีข้อจำกัดที่มีระยะห่างจากรันเวย์มากเกินไป
สำหรับสนามบินอู่ตะเภา มีพื้นที่ศูนย์ซ่อมอากาศยานของบริษัทการบินไทย 150 ไร่ และมีพื้นที่ว่างโดยรอบอีก 110 ไร่ อีกทั้งมีความพร้อมของพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ต้องแบ่งพื้นที่เชิงพาณิชย์กับความมั่นคงให้ชัดเจน
ส่วนสนามบินโรงเรียนการบินกำแพงแสน มีพื้นที่ติดกับรันเวย์ 300 - 400 เมตร แต่ยังมีสภาพเป็นหลุมบ่อเป็นบ่อ