สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท และผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,001 บาท ไม่เกิน 1 แสนบาท จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาทนั้นกระทรวงการคลังชี้แจงว่า วิธีการโอนเงินกรณีเป็นลูกค้าธนาคารจะโอนเข้าบัญชีโดยตรง หากไม่ได้เป็นลูกค้าของธนาคาร ให้ผู้มีสิทธิ์ ไปแสดงตัวและเปิดบัญชีเงินฝาก ที่สาขาธนาคารที่ไปลงทะเบียน และให้ตรวจสอบเงินภายหลังเปิดบัญชี 7 วัน ผ่านทางธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธ.ก.ส. จะเริ่มดำเนินการโอนเงินตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 ธันวาคมนี้
ขณะที่หลายฝ่ายมีความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป อย่าง นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มองว่านโยบายแจกเงินครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศในการใช้จ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีให้ดีขึ้น และเกิดเงินหมุนเวียนในระบบ แต่อยากให้เข้มงวด ในเรื่องของรายชื่อประชาชนที่ลงทะเบียนคนจน จะต้องมีความโปร่งใส ไม่มีการสวมสิทธิ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาทีหลัง ขณะที่ภาคเอกชนบางส่วนอยากให้ออกมาตรการกระตุ้นกลุ่มชนชั้นกลางด้วย
ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้ว่านโยบาย รัฐแจกเงินของขวัญปีใหม่ของรัฐบาลอาจสูญเปล่า ซ้ำรอยรัฐบาลประชาธิปัตย์ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการหาเสียงของรัฐบาล คสช. เพราะที่ผ่านมาคะแนนนิยมตกต่ำลงมาก จากปัญหาเศรษฐกิจภาพ
ขณะที่นายสรรเสริญ สมะลาภา ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์แสดงความเห็นถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยของรัฐบาลว่า ไม่ได้ขัดข้อง และถือเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชน แต่สำหรับคนที่ไม่มีบัญชีในธนาคาร รัฐบาลได้กำหนดให้ต้องไปเปิดบัญชี คิดว่าจะเป็นภาระให้แก่ประชาชน ทั้งเสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง จึงเสนอความเห็นให้ออกเป็นเช็คช่วยชาติเหมือนสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยทำ เสียเวลาออกเช็คหน่อยแต่ถึงมือประชาชนโดยตรง