จาก "การ์ตูน" ต่อยอดสู่ "เกม" สร้างรายได้กว่า 5 พันล้าน ฟังจากมุมมอง "น้าต๋อย เซมเบ้"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากธุรกิจการ์ตูนต่อยอดมาจนกลายเป็นธุรกิจเกม สร้างรายได้ถึงกว่า 5 พันล้านบาท นิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “น้าต๋อย เซมเบ้” นักพากย์ในตำนานของวงการการ์ตูนอนิเมชั่น เปิดเผยถึงมุมมองในเรื่องเกม การ์ตูน และชีวิตที่ผ่านมา ในงานเสวนาหัวข้อ “Game Vs. Gu[Ru]” ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 59

“ปลายปี พ.ศ. 2528 เกมที่เข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก คือ เกมแพคแมน แต่ทราบไหมว่ามันมาจากไหน พวกนี้มาจากการ์ตูน” น้าต๋อย กล่าว

โดย น้าต๋อย เซมเบ้ กล่าวว่า ธุรกิจการ์ตูนเกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2523 โดยการ์ตูนเรื่องแรกที่เป็นจุดกำเนิดของธุรกิจการ์ตูน คือ เรื่องหน้ากากเสือ จะเรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนในตำนานเลยก็ว่าได้ โดยภายใน 36 ปีที่การ์ตูนเรื่องหน้ากากเสือฉายบนหน้าจอโทรทัศน์ สามารถทำเงินเกือบร้อยล้านบาทให้กับสถานีโทรทัศน์ที่ซื้อลิขสิทธิ์ของเรื่องนี้เข้ามาฉายในประเทศไทย หลังจากนั้นธุรกิจการ์ตูนก็กลายมาเป็นเกม

น้าต๋อย เล่าว่า เคยทำงานที่บริษัท Bandai ผู้ผลิตเกี่ยวกับของเล่นจากการ์ตูน พบว่า ตัวละครจากการ์ตูนที่เกี่ยวกับขบวนการเรนเจอร์ หรือ ขบวนการนักสู้ที่ได้รับพลังวิเศษมาเพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายที่หวังจะครองโลก โดยตัวละครจะสามารถแปลงร่างได้และมีชุดเครื่องแบบหลากสีสัน สามารถสร้างกำไรมาตลอด และสุดท้ายก็ถูกนำมาทำเป็นเกม

ทั้งนี้ทั้งนั้นบริษัททำเกมรุ่นแรกๆ ที่ตนรู้จัก คือ บริษัท แกแล็คซี่ เอ็ดดูไฮเทค จำกัด ก็ได้นำเอาการ์ตูนเรื่อง ดร.สลัมกับหนูน้อยอาราเล่ เข้ามาฉายในไทยประมาณปี พ.ศ. 2530 นอกจากนี้จากการที่ตนได้ไปพากษ์เสียงให้กับเกมดราก้อนบอล และโคนัน ด้วยการใช้น้ำเสียงให้ดูเด่นน่าสนใจ ก็ทำให้สามารถจำหน่ายออกไปได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันนี้วงการการ์ตูนและวงการเกมในประเทศไทยส้รางรายได้กว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าทำเงินได้เยอะมาก จากการ์ตูนพัฒนามาเป็นเกม สร้างเงินมหาศาล และหากสร้างเกมออกมาดีมาก สีสันสุดยอด ก็จะกลายมาเป็นธุรกิจต่อยอดได้อีก คือมีบริษัทขอซื้อไปทำเสื้อ หรือสินค้าต่างๆ และนั่นคือสิ่งที่ตามมาจากเกม

น้าต๋อย เล่าต่อว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้ว มีคนถามว่าการ์ตูนให้ประโยชน์อะไร ตนตอบว่าการ์ตูนให้ความสุขให้ความเป็นครอบครัว และมีคนถามอีกว่าพวกที่ดูการ์ตูนโตขึ้นจะเป็นแบบไหน?

ผ่านมา 30 ปี น้าต๋อยป่วยหนัก เป็นหลายโรค หมอบอกว่าไม่มีทางรอด แต่ทราบไหมว่าการ์ตูนได้ช่วยชีวิตน้าต๋อยไว้!

น้าต๋อยเล่าด้วยความประทับใจว่า หมอกุมมือตน และบอกว่าดูน้าต๋อยตั้งแต่เรื่องหน้ากากเสือ จะช่วยชีวิตน้าต๋อยให้ได้ และอีกคนก็บอกว่าดูเรื่องเซเลอร์มูน จะช่วยน้าต๋อยให้ได้

“และนั่นคือคำตอบว่าเด็กพวกนั้น 30 ปีที่แล้ว เมื่อโตขึ้นจะเป็นยังไง เขาก็มาช่วยผมไงครับ คือคำตอบนั้น” น้าต๋อย กล่าว

การ์ตูนไม่ได้ทำให้เด็กเลวหรือดีอะไรเลย แล้วแต่คนที่ดูอยู่ในช่วงเวลานั้น คนที่ดูการ์ตูนต้องอมยิ้มกันทั้งนั้น นี่คือความรู้สึกของน้าต๋อย

การที่จะทำเกมขึ้นมา ทำเงินได้มาจากคนรุ่นไหน และจะทำเกมแบบไหนให้คนยอมรับและผู้ปกครองไม่ว่า?

น้าต๋อย กล่าวว่า สิ่งนี้ยังไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงในการขาย จริงๆ แล้วมันอยู่ที่รุ่นเด็กฉลาด หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า โคโดโมะ Bandai ทำของเล่นขึ้นมาหลายอย่างเพื่อขายเด็ก เวลาที่เด็กอยากได้อะไร พ่อแม่จะควักเงินซื้อให้ ซึ่งจริงๆ แล้วเป้าหมายใหญ่ที่สุดของธุรกิจเกมและการ์ตูนอยู่ที่กลุ่มเด็กอายุ 3-7 ขวบ ไม่ใช่วัยรุ่น การจะสร้างเกมต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเด็กและพ่อแม่ด้วย และจะต้องศึกษาพฤติกรรม สร้างเสริมประสบการณ์ที่ดี แต่การสร้างเกมให้เด็กไม่ใช่เรื่องง่าย ต่างจากเกมของวัยรุ่นที่ความรุนแรงอันดับหนึ่ง สีสันฉูดฉาดอันดับสอง หรือจะต้องมีความเท่ และการใส่เสียงสุดยอด เพื่อให้ดึงดูดวัยรุ่น แต่การทำเกมให้เด็กเล่น ให้เด็กหัวเราะได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งเกมเด็กต้องเป็นเกมที่ตลก อาจมีความรุนแรงแต่แฝงไว้ที่ว่าไม่มีความรู้สึกถึงความรุนแรง เช่น อาราเล่เดินไปเหยียบอุนจิ ร้องอ๊ะจ้า!

สุดท้ายนี้น้าต๋อยฝากไว้ว่าในตลาดเกม มีเกมสำหรับเด็กน้อยมาก อยากให้ผู้พัฒนาเกมในประเทศไทยทำเกมเด็กขึ้นมาบ้าง โดยใส่ความรู้สึกที่ดีงาม ปลูกฝังให้กับเยาวชนไทย

 

ขอบคุณคลิปจาก : Doraemon Thailand, stevepiers, Tiger Mask Thailand (หน้ากากเสือ), Grognougnou, Pobsuang Deeprasertwit

ขอบคุณภาพจาก : น้าต๋อย เซมเบ้ FanPage, Doraemon.wikia

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ